หลังจากที่อู๋เฟยเยี่ยนไม่ได้สังเกตอะไรผิดปกติก็จากไป ในที่สุดเย่เฉินและหลินหว่านเอ๋อร์ก็ถอนหายใจอย่างโล่งอก
ทุกคนที่อดหลับอดนอนทั้งคืน เวลานี้ก็เหนื่อย ง่วงจนลืมตาไม่ขึ้น
หลายคนรีบกลับไปที่เต็นท์เพื่อพักผ่อน หูเล่อฉีทนไม่ไหวอีกต่อไป พูดกับเย่เฉินและหลินหว่านเอ๋อร์:“นานมากที่ไม่ได้อดหลับอดนอนมากแบบนี้ ร่างกายรับไม่ไหวจริง ๆ พวกคุณสองคนคงจะเหนื่อยเหมือนกัน กลับไปพักผ่อนที่เต็นท์ไหมล่ะ ช่วงบ่ายพวกเราจะไปเอ้อเต้าโกวที่อยู่ห่างออกไปสิบห้ากิโลเมตร พวกคุณจะไปด้วยกันไหม?”
เย่เฉินส่ายหน้า:“เราสองคนไม่ไปหรอก ตั้งใจว่าจะขับรถเที่ยวเล่น”
ซูหลานถามอย่างแปลกใจว่า:“พวกคุณสองคนจะไปไหน?”
เย่เฉินพูดว่า:“เราตั้งใจว่าจะไปเที่ยวที่ลี่เจี่ยง พักสักสองสามวัน”
ที่จริงแล้ว แผนถัดไปที่เย่เฉินและหลินหว่านเอ๋อร์วางไว้ คือชายแดนทางตะวันตกเฉียงใต้เตียนหนาน ที่เย่เฉินต้องบอกว่าลี่เจี่ยง ก็เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยง
หูเล่อฉีพยักหน้า แล้วยิ้ม:“ลี่เจี่ยงพวกเราไปมาแล้ว มันดีมาก พวกคุณไปเที่ยวให้สนุกล่ะ”
พูดไป หูเล่อฉีก็คิดอะไรได้ รีบถามว่า:“พวกคุณสองคนคงไม่ไปตอนนี้หรอกนะ?”
เย่เฉินพูดว่า:“ใช่แล้ว เราจะไปตอนนี้”
“เอ่อ……”หูเล่อฉีรีบพูดว่า:“ไม่ได้นอนทั้งคืน ขับรถไปแบบนี้จะไม่ปลอดภัย พวกคุณควรพักผ่อนก่อน พักเต็มที่แล้วก็ไม่สายเกินไปที่จะออกเดินทาง”
“ไม่ล่ะ”เย่เฉินพูดด้วยรอยยิ้ม:“ตารางที่จะมาถึงค่อนข้างแน่น จะไม่พักที่นี่แล้ว พอถึงลี่เจี่ยงแล้วค่อยพักก็ยังไม่สายเกินไป เพราะก็อยู่ไม่ไกลจากนี่”
หูเล่อฉีพยักหน้าพูดว่า:“ก็ใช่ ประมาณหนึ่งชั่วโมงกว่า พอถึงแล้ว เข้าพักโรงแรมดี ๆ ก็ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่แล้ว”
ซูหลานเห็นว่าเย่เฉินและหลินหว่านเอ๋อร์จะไปจริง ๆ ก็พูดด้วยความเสียใจ:“เดิมทีคิดว่าจะได้อยู่รู้จักพวกคุณอีกนานหน่อย คิดไม่ถึงว่าพวกคุณจะไปเร็วขนาดนี้ ไม่รู้ว่าวันข้างหน้าจะมีโอกาสเจอกันอีกไหม”
สำหรับซูหลานแล้ว เธอไม่รู้ว่าชีวิตตัวเองจะไปถึงจุดสิ้นสุดในอนาคตเมื่อไหร่ แต่เธอรู้ว่า วันนั้นคงไม่นานแน่
เย่เฉินได้ยินเธอพูดแบบนี้ จึงพูดทันทีว่า:“ได้ งั้นผมจะไปเก็บแล้วพกไปด้วย”
หูเล่อฉีก็รีบพูดว่า:“ผมไปช่วยคุณเอง”
ทั้งสองเก็บเต็นท์ด้วยกันเสร็จ หูเล่อฉีหยอกล้อเย่เฉินว่า:“เมื่อวานเต็นท์นี้ตั้งกางไว้เปล่า ๆ ไม่ได้ใช้นอนเลย”
“ใช่”เย่เฉินยิ้ม:“คิดไม่ถึงว่าทุกคนจะเล่นสนุกขนาดนี้ ไม่ได้นอนทั้งคืน”
หูเล่อฉีช่วยเย่เฉินถือที่ปูพื้นและถุงนอน พูดว่า:“ผมช่วยคุณถือพวกนี้เอง”
เย่เฉินก็ไม่เกรงใจเขาอีกต่อไป ทั้งสี่เดินไปทางออกจากเขา
เมื่อเดินลงภูเขาหลังเต่า ถนนสายสั้นบนภูเขานี้ไม่มีใครอยู่นอกจากทั้งสี่คน ดังนั้นเย่เฉินจึงพูดกับหูเล่อฉีและซูหลาน:“ใช่สิ เหล่าหู ซูหลาน เมื่อวานพวกคุณพูดถึงบริษัทผลิตยาเก้าเสวียน มีบางเรื่องละเอียดอ่อน ผมจึงพูดต่อหน้าทุกคนไม่ได้”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...