พูดจบ เขาก็เอายาเกิดใหม่เก้าเสวียนสองเม็ดนี้ยื่นให้เจมส์ สมิธ พูดว่า:“คุณสมิธ กรุณาตรวจสอบความสมบูรณ์ของยาทั้งสองเม็ดนี้ หากไม่มีปัญหาอะไร พวกเราจะเปิดออกแล้วให้ลูกคุณทาน”
เจมส์ สมิธถามด้วยความแปลกใจว่า:“ขั้นตอนการใช้ยาเข้มงวดขนาดนี้เลยเหรอครับ?”
หมอคนนั้นพยักหน้าพูดว่า:“ตอนนี้ในตลาดมืดมีหลายคนทุ้มเงินจำนวนมากเพื่อยาเกิดใหม่เก้าเสวียน ราคาซื้อเม็ดเดียวก็มากกว่าหลายล้านดอลลาร์แล้ว ดังนั้นเพื่อรับประกันการใช้ยาของคนไข้แล้ว พวกเราต้องบันทึกยาเกิดใหม่เก้าเสวียนทุกเม็ดอย่างชัดเจน ตั้งแต่นี้ไป จนผู้ป่วยออกจากโรงพยาบาล ทุกครั้งที่ใช้ยาเกิดใหม่เก้าเสวียน จะมีผู้เชี่ยวชาญของเราจ่ายยา และเฝ้าดูโดยเฉพาะ”
เจมส์ สมิธจึงเข้าใจทันที
ยาเกิดใหม่เก้าเสวียน น่าจะเป็นยาตัวเดียวในตลาด ที่สามารถรักษามะเร็งได้หมดสิ้น และในตลาดก็ไม่มีสินค้า คนรวยที่ป่วยพวกนั้นจะต้องซื้อมาในราคาที่สูงมากแน่นอน ถ้าไม่ควบคุมอย่างเข้มงวด บางทีอาจจะมีคนภายในบริษัทผลิตยาเก้าเสวียน หรือคนในครอบครัวผู้ป่วย เห็นผลประโยชน์มหาศาล พากันระดมสมองนำยาเกิดใหม่เก้าเสวียนออกไปขายก็ได้
สำหรับโกดังยา และกระบวนการใช้ยาแล้วมีการดูแลอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เรื่องดังกล่าวเกิดขึ้นได้
เจมส์ สมิธตรวจดูบรรจุภัณฑ์ด้านนอกของยาเกิดใหม่เก้าเสวียนอย่างรอบคอบ เมื่อแน่ใจว่าไม่มีอะไรผิดปกติ จึงส่งยาคืนให้หมอคนนั้น แล้วบอกว่า:“ยาไม่มีปัญหาครับ รบกวนให้เด็กรีบทานเถอะครับ!”
หมอคนนั้นพยักหน้าเล็กน้อย ภายใต้สายตาที่จับตามองของกล้องและทุกคน ก็เปิดยาเม็ดหนึ่งขึ้นมา จากนั้นให้หมอคนหนึ่งบีบปากจิมมี่เบา ๆ แล้วจึงใส่ยาเข้าไปในปากเขา
จากนั้น เขาก็ทำแบบเดิม เอายาเม็ดที่สองเข้าปากจิมมี่
ยาเกิดใหม่เก้าเสวียนสองเม็ดละลายในปากของจิมมี่อย่างรวดเร็ว ตัวยาไม่เพียงแต่รักษาโรคมะเร็งได้ แต่ยังมีส่วนผสมที่ให้ร่างกายฟื้นฟูได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นจิมมี่ที่ซีดขาว ไม่มีเลือดฝาด ก็กลับมาดูมีน้ำมีนวลเหมือนเดิมอย่างรวดเร็ว
หนึ่งนาทีต่อมา จิมมี่ฟื้นแล้ว เขาค่อย ๆ ลืมตาขึ้น พบว่าตัวเองอยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย มีคนแปลกหน้ามากมายอยู่รอบ ๆ ก็รู้สึกกังวลเล็กน้อยทันที
เจมส์ สมิธถามเขาด้วยความเป็นห่วงว่า:“จิมมี่ ตอนนี้ลูกรู้สึกอย่างไรบ้าง?ดีกว่าเมื่อก่อนไหม?”
จิมมี่พยักหน้าเบา ๆ พูดตามความจริงว่า:“รู้สึกสบายไปทั้งตัวครับ ส่วนที่ปวดก่อนหน้านี้ก็ดีขึ้นเยอะ พ่อ ผมไม่ตายแล้วใช่ไหม?”
เจมส์ สมิธจับมือเขา พยักหน้าอย่างแรง พูดอย่างสะอื้นว่า:“ไม่ต้องห่วงจิมมี่ ลูกจะไม่ตาย ลูกจะมีอายุยืนยาว พ่อรับรอง!”
หมอด้านข้างพูดว่า:“คุณสมิธ อาการเด็กตอนนี้ดีขึ้นแล้ว ส่งเขากลับห้องผู้ป่วยก่อนดีกว่า กลับไปพักผ่อนที่ห้องผู้ป่วย พรุ่งนี้เวลาเดิมกินยาต่อ ร่างกายจะแข็งแรงขึ้นอีก เชื่อว่าภายในไม่กี่วันนี้ จิมมี่จะลุกจากเตียงเคลื่อนไหวได้แล้ว”
“ครับ ๆ !”เจมส์ สมิธพูดอย่างตื่นเต้น:“ขอบคุณครับหมอ!ขอบคุณคุณหมอ!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...