ตอนที่อาการของจิมมี่เริ่มหายดีจนคงที่แล้วนั้น เย่เฉินกับหลินหว่านเอ๋อร์ได้ขับรถมาถึงผูเอ่อร์เตียนหนานแล้ว
เมืองที่ตั้งชื่อตามชื่อชานี้ จนถึงปัจจุบันนี้มีประวัติศาสตร์มากกว่าหนึ่งพัน ที่นี่ไม่เพียงเป็นจุดจอดพักของเส้นทางค้าชาบนหลังม้าโบราณในตอนนั้น ปัจจุบันนี้ก็เป็นแหล่งผลิตชาผูเอ่อร์ที่สำคัญเช่นกัน
ตอนนั้นตอนที่หลินหว่านเอ๋อร์ออกจากต้าหลี่ ได้นำอัฐิของพ่อกับแม่ออกไปจากต้าหลี่ด้วย สุดท้ายได้ฝังไว้ที่ผูเอ่อร์
เป็นเวลาสามร้อยกว่าปีแล้วที่ไม่ได้กลับมาที่นี่อีก หลินหว่านเอ๋อร์จดจำหน้าตาดั้งเดิมของเมืองนี้ได้ไม่ชัดเจนแล้ว
ตามที่หลินหว่านเอ๋อร์กล่าว ตอนนั้นเธอนำเพียงโกศอัฐิของพ่อกับแม่ออกไปจากต้าหลี่เท่านั้น ตอนที่ฝังศพที่ผูเอ่อร์ ก็ได้แอบเลือกสถานที่ทำเลฮวงจุ้ยที่ดีแห่งหนึ่งเพื่อฝังโกศอัฐิทั้งสอง ไม่ได้ทำโลงศพให้พ่อกับแม่ แล้วก็ไม่ได้สร้างหลุมฝังศพรวมทั้งป้ายหลุมศพด้วย
คิดจะตามหาโกศอัฐิที่ฝังไปเมื่อสองสามร้อยปีก่อนที่นี่ เป็นเรื่องที่ยากเหมือนดั่งขึ้นสวรรค์
แต่ยังโชคดีที่หลินหว่านเอ๋อร์จำได้ สถานที่ที่แอบฝังพ่อกับแม่ตอนนั้น เป็นภูเขาชาที่มีชื่อว่าภูเขาเอ้อหลางลูกหนึ่ง
อีกทั้ง หลินหว่านเอ๋อร์ยังจำได้ว่า โกศอัฐิของพ่อกับแม่ของตน ฝังไว้ที่ด้านล่างของต้นชาผูเอ่อร์ที่ใหญ่โตที่สุดต้นหนึ่งของภูเขาเอ้อหลาง
เพียงแต่ ในแผนที่ปัจจุบันนี้ ภายในเขตพื้นที่ผูเอ่อร์ ค้นหาข้อมูลใดใดของภูเขาเอ้อหลางเจอไม่เจอแล้ว
เย่เฉินขับรถเข้าเขตเมืองผูเอ่อร์ ตามหานักวิชาการท้องถิ่นของผูเอ่อร์สองสามคนกับหลินหว่านเอ๋อร์ หลังจากได้ผ่านการตรวจสอบแล้วถึงได้ทราบว่า ที่ชานเมืองผูเอ่อร์ เคยมีภูเขาลูกหนึ่งชื่อว่าภูเขาเอ้อหลางจริง เพียงแต่ว่าภูเขาลูกนี้ในช่วงเวลาหลายสิบปีที่ผ่านมานี้ ได้เปลี่ยนชื่อไปหลายชื่อแล้ว
ครั้งแรกตอนเป็นสมัยสาธารณรัฐจีนเคยเปลี่ยนหนึ่งครั้ง หลังจากได้รับอิสรภาพเคยเปลี่ยนหนึ่งครั้ง การขับเคลื่อนความเจริญเฟื่องฟูยุคปีหกศูนย์ เพื่อสร้างคำขวัญบนภูเขา ยังเปลี่ยนอีกครั้งหนึ่ง ถึงปลายยุคปีเจ็ดศูนย์การขับเคลื่อนสิ้นสุดลง ก็เปลี่ยนอีกครั้ง
ครั้งสุดท้ายที่เปลี่ยนชื่อ คือเมื่อยี่สิบปีก่อน เปลี่ยนชื่อเป็นภูเขาจื้อเฉิง
ตอนที่รถห่างยังมีระยะทางห่างจากภูเขาเอ้อหลางอีกสิบกว่ากิโลเมตร ที่ด้านหน้ารถ ก็สามารถมองเห็นภูเขาสีเขียวขจีลูกนี้ด้วยตาเปล่าได้แล้ว
หลินหว่านเอ๋อร์ที่อยู่ด้านข้าง ก็ระงับอารมณ์ตื่นเต้นเอาไว้ไม่ค่อยอยู่แล้ว
เย่เฉินเห็นเธอถูมือทั้งสองข้างอย่างตื่นเต้นไม่หยุด อดไม่ได้ที่จะถาม: “คุณแน่ใจว่าพ่อกับแม่ของคุณฝังอยู่ที่ภูเขาลูกนี้?”
“แน่ใจ”หลินหว่านเอ๋อร์กล่าว: “ถึงแม้ว่าชื่อของภูเขาจะเปลี่ยนแล้ว แต่ลักษณะไม่เปลี่ยน ต้องใช่ที่นี่แน่นอน”
พูดไป เธอก็กล่าวอีกว่า: “เพียงแต่ไม่รู้ว่าต้นชาผูเอ่อร์ต้นนั้นยังอยู่ไหม ถ้าหากต้นไม้ไม่อยู่แล้ว จะตามหาก็คงจะลำบากอยู่หน่อย”
เย่เฉินกล่าว: “ไม่เป็นไร มีผมช่วยคุณหา จะตามหาจนกว่าจะเจอ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...