สำหรับหลินหว่านเอ๋อร์พูดได้ว่า เธอมีความสงสัยมาโดยตลอดอยู่เล็กน้อย ทำไมตั้งแต่คืนนั้นที่เย่เฉินถูกแหวนพาไปยังวิลล่าบนยอดเขาจื่อจินซานอย่างกะทันหัน ตั้งแต่วินาทีนั้นเย่เฉินก็ดีกับตัวเองอย่างไม่คาดคิด
เขาไม่เพียงนำเอาโอสถที่เขามีทั้งหมดมอบให้กับเธอหนึ่งชุดแล้ว ยังเป็นไปได้ว่าเพิ่มอายุให้กับเหล่าจางและคนอื่นแล้ว อีกทั้งยังปล่อยวางสิ่งที่อยู่ในมือทั้งหมด ไปเตียนหนานเป็นเพื่อนตัวเองมาตลอดทาง
ทว่าตัวเองนั้นเพียงแค่อยากจะมาที่ภูเขาเอ้อหลางกราบไหว้บิดามารดาของตัวเองสักหน่อย เย่เฉินนำเอาจื้อเฉิงกรุ๊ปที่มีภูเขาเอ้อหลางอยู่ทั้งหมดซื้อกิจการมาแล้ว อีกทั้งยังจะดำเนินการปรับปรุงครั้งใหญ่กับที่นี่ เพื่อสะดวกแก่การมากราบไหว้บิดามารดาของตัวเองในอนาคต
หลินหว่านเอ๋อร์เองก็มีทรัพย์สินเงินทองอย่างนับไม่ถ้วน แต่การกระทำของเย่เฉินนั้น ในสายตาของหลินหว่านเอ๋อร์ ไม่สามารถใช้เงินมาวัดได้ เขาแน่นอนว่าให้ความสำคัญกับตัวเองมาก ถึงได้ใส่ใจเช่นนี้ ละเอียดอ่อนเช่นนี้
การคาดเดาของหลินหว่านเอ๋อร์ไม่ผิดสักนิด เย่เฉินให้ความสำคัญกับหลินหว่านเอ๋อร์จริงๆ บุญคุณที่ช่วยที่ชีวิตเอาไว้แน่นอนว่าก็ส่วนหนึ่ง อีกส่วนหนึ่ง เย่เฉินยิ่งได้สัมผัสกับเธอมากขึ้น ภายในใจอย่างไม่รู้ตัวก็รู้สึกเห็นอกเห็นใจอย่างลึกซึ้งถึงประสบการณ์อันยากลำบากของเธอในสามร้อยปีที่ผ่านมา
ทว่าความเห็นอกเห็นใจเช่นนี้ อย่างง่ายดายก็จะกลายเป็นปวดใจ
สำหรับหลินหว่านเอ๋อร์ที่มีชีวิตอยู่มาสามร้อยปีแล้ว กราบไหว้บิดามารดา สิ่งสำคัญที่สุดคือสามารถมายังสุสานของบิดามารดาได้ สัมผัสกับผืนดินของที่นี่ด้วยมือของตัวเอง พูดคุยกับบิดามารดาสักสองสามประโยค ความขมขื่นและความห่วงหาในสามร้อยปีมานี้ ต่างปล่อยวางลงได้แล้ว
หลินหว่านเอ๋อร์คุกเข่าอยู่บนพื้น บอกกล่าวกับบิดามารดาอยู่อย่างนั้นเงียบๆประมาณครึ่งชั่วโมง ทว่าหลังจากเธอลุกขึ้นมา มองดูพื้นดินสีดำที่อยู่ใต้เท้า จิตใจเบิกบานยิ้มออกมา หันหลังกลับไปพูดกับเย่เฉินว่า:“คุณชาย พวกเราไปกันเถอะ!”
เย่เฉินพูดว่า:“ฟ้าต่างมืดแล้ว ถ้าคุณอยากจะอยู่กับพ่อแม่นานอีกสักหน่อย เอาอย่างนี้ไหมพวกเราพักอยู่ที่นี่หนึ่งคืน? ผมสามารถไปหยิบเต็นท์ที่รถออกมาได้”
“คุณชายอย่าได้ยุ่งยากเลย”หลินหว่านเอ๋อร์พูดเบาๆว่า:“ข้าน้อยถึงแม้ว่าอยากจะอยู่กับพ่อแม่นานสักหน่อย แต่มิอาจให้คุณชายมานอนกลางดินกินกลางทรายตากน้ำค้างเป็นเพื่อนได้ ยิ่งไปกว่านั้น ข้าน้อยไม่ได้มีสถานะอะไร จะกล้าให้คุณชายมาเฝ้าวิญญาณของพ่อแม่เป็นเพื่อนได้อย่างไร วันหลังข้าน้อยจะมาเองคนเดียวถึงเวลานั้นค่อยว่ากันอีกทีเถอะ”
เย่เฉินไม่ได้คิดอย่างละเอียด เพียงแค่เอ่ยปากออกมาว่า:“กับผมคุณไม่ต้องเกรงใจอะไรมากนักหรอก เดิมทีผมก็ไม่ได้ต้องการการพักผ่อนอะไร อยู่ที่ไหนก็เหมือนกัน ทว่าฟ้าก็มืดแล้ว พวกเราต้องหาที่พักค้างคืนแล้ว ไม่งั้นก็ไปหาโรงแรมสักแห่งที่เมืองผู่เอ๋อร์ ไม่งั้นก็ต้องหาสถานที่กางเต็นท์ตั้งแคมป์”
ทันใดนั้นหลินหว่านเอ๋อร์ก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ มองเย่เฉินอย่างเต็มไปด้วยความหวัง ถามออกมา:“คุณชาย ที่นี่ห่างจากสิบสองปันนาไม่ไกลแล้ว ถ้าตอนนี้พวกเราไปที่สิบสองปันนา คืนนี้ก็อยู่ที่ข้างสระสวรรค์ ตั้งแคมป์ที่สถานที่บำเพ็ญเพียรของมารดาแห่งชาผูเอ่อร์ในปีนั้นเถอะ!”
เย่เฉินมองเห็นเธอเต็มไปด้วยความหวัง ตอนนี้จึงพยักหน้าอย่างไม่ลังเลแล้ว พูดว่า:“งั้นก็ไปที่สิบสองปันนาเถอะ ก็ขับรถเพียงแค่สองชั่วโมงกว่า!”
หวังจินเฉวียนถามอย่างประหลาดใจ:“ทั้งสองท่าน ตอนนี้ฟ้าต่างมืดแล้ว อย่าได้รีบร้อนเดินทางเลย ผมได้ให้คนเตรียมอาหารชั้นเลิศเหล้าชั้นดีเอาไว้ที่โรงอาหารแล้ว เอาอย่างนี้ไหมท่านทั้งสองทานอาหารเสียก่อน คืนนี้ผมจะจัดการเรื่องปัญหาที่พักให้กับท่านทั้งสองเอง!”
“ไม่ต้องแล้ว”เย่เฉินยิ้มเล็กน้อย พูดว่า:“ขอบคุณสำหรับน้ำใจของหัวหน้าหวังอันนี้ แต่ว่าพวกเราทั้งสองค่อนข้างรีบร้อนจริงๆ จึงไม่เสียเวลาอยู่ที่นี่แล้ว”
หวังจินเฉวียนมองเห็นทั้งสองคนตัดสินใจแล้ว จึงทำได้เพียงพยักหน้าพูดว่า:“กระนั้นเป็นเช่นนี้ งั้นผมก็จะไม่ยื้อท่านทั้งสองแล้ว”
เย่เฉินกับเขาจับมือกันแล้ว จึงพาหลินหว่านเอ๋อร์ขึ้นรถแล้ว ภายใต้ความมืด ขับรถออกไปจากโรงงานของจื้อเฉิงกรุ๊ปแล้ว มุ่งหน้าไปยังสิบสองปันนา
ตามหาสระสวรรค์ที่หลินหว่านเอ๋อร์เคยใช้ชีวิตอยู่ในปีนั้นไม่ใช่เรื่องยากอะไร สระสวรรค์ของสิบสองปันนาในความหมายที่แท้จริงมีเพียงสระเดียว ชื่อเรียกว่าสระสวรรค์ยู่หลงในแผนที่สามารถหาเจอได้อย่างง่ายดาย ตอนนี้ได้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของสิบสองปันนาไปแล้ว
แต่ว่า เนื่องจากสถานที่ท่องเที่ยวของสิบสองปันนาที่เป็นที่ยอดนิยมคือสวนอุทยานใหญ่ๆต่างๆรวมถึงเขตอนุรักษ์ธรรมชาติ ดังนั้นสระสวรรค์ยู่หลงจุดท่องเที่ยวอันนี้เมื่อเปรียบเทียบดูแล้วไม่เป็นที่นิยม เนื่องจากไม่เป็นที่รู้จักมากนัก สระสวรรค์ยู่หลงถือว่าพัฒนาไปอย่างค่อนข้างล่าช้า บวกกับด้านข้างสระสวรรค์จนถึงทุกวันนี้ยังมีหมู่บ้านเก่าแก่หลายแห่งที่ยังไม่ได้ย้ายถิ่นฐานที่ตั้ง ดังนั้นการพัฒนาการท่องเที่ยวของที่นี่ยิ่งล่าช้า

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...