“ไม่มีแล้ว” เย่เฉินพูดตอบ: “หลังจากที่คุณช่วยผมจัดการเสร็จแล้ว อย่านำข่าวที่ผมจะกลับไปเมืองจินหลงไปบอกกับใครทั้งสิ้น เพราะว่าผมกลับไปอาจจะอยู่แค่เพียงเวลาสั้นๆ หนึ่งถึงสองวันเท่านั้น แล้วจะต้องรีบเดินทางต่ออีก กลับไปครั้งนี้ก็ไม่ต้องการพบใครทั้งนั้น”
เฉินจื๋อข่ายไม่ได้สอบถามถึงเหตุผล และพูดอย่างไม่ลังเลใจว่า: “ได้ครับคุณชาย ผมทราบแล้วครับ!”
เดิมทีเย่เฉินเองก็ไม่คิดว่าจะกลับไปเมืองจินหลิงกะทันหันแบบนี้
เดิมทีเขาคิดอยู่ว่า ปล่อยให้อู๋เฟยเยี่ยนไปที่ภูเขาแสนลี้ก่อน ตัวเองก็ค่อยอยู่เป็นเพื่อนหลินหว่านเอ๋อร์ที่เตียนหนานสักสองวัน
เพราะอย่างน้อยเธออาศัยอยู่ที่นี่มาตั้งแต่เล็กๆ แต่ก็ไม่ได้กลับมาเป็นเวลาเกือบสามร้อยกว่าปีแล้ว ความรู้สึกคิดถึงบ้านเกิดแบบนี้ เกรงว่าคนอื่นๆ จะไม่สามารถเข้าใจและเข้าถึงได้เลยแม้แต่น้อย
จากนั้นรอให้อู๋เฟยเยี่ยนเตรียมจะเดินทางออกไปจากภูเขาแสนลี้ ตัวเองกับหลินหว่านเอ๋อร์ก็ค่อยเดินทางกลับเมืองจินหลิง หลังจากที่ถึงเมืองจินหลิงแล้วก็ค่อยไปขอให้ซุนจือต้งช่วยเหลือ โดยใช้เส้นสายพรรคพวกและภูมิหลังของเขาในการคัดลอกกล้องวงจรปิดทั้งหมดออกมาหลังจากที่อู๋เฟยเยี่ยนเดินทางไปถึงหัวเซี่ยแล้ว ถึงตอนนั้นก็สามารถย้อนรอยตามเส้นทางของเธอได้ประมาณหนึ่ง
รอให้ได้เส้นทางของเธอออกมาแล้ว ตัวเองก็จะรีบเดินทางไปยังภูเขาแสนลี้ทันที และเดินรอยตามเส้นทางของอู๋เฟยเยี่ยนอีกสักหนึ่งครั้ง ลองดูว่าจะได้รับอะไรบางอย่างหรือไม่
แต่ตอนนี้ จู่ ๆ ก็มีมารดาแห่งผูเอ่อร์โผล่ออกมา เย่เฉินเองก็ไม่กล้าปล่อยเธอเติบโตอยู่ที่นี่แต่เพียงลำพัง ฉะนั้นจึงทำได้เพียงแค่ขุดเธอไป และพากลับไปยังเมืองจินหลิงเพื่อให้หลินหว่านเอ๋อร์ทำการปลูกลงหลักปักฐานไว้ที่ลานบ้านชั้นบนสุดของเธอให้เรียบร้อย
เผอิญว่าตัวเองก็สามารถฉวยโอกาสนี้ทำการย้อนรอยข้อมูลกล้องวงจรปิดตอนนี้ดูก่อนได้ ลองดูสิว่าจะสามารถย้อนหาเส้นทางของอู๋เฟยเยี่ยนได้บ้างหรือไม่
เมื่อรอให้หลินหว่านเอ๋อร์ทำการปลูกลงหลักปักฐานเรียบร้อยแล้ว หลังจากที่ตัวเองก็รวบรวมเส้นทางของอู๋เฟยเยี่ยนไว้ได้แล้ว ตัวเองก็ค่อยเดินทางจากเมืองจินหลิงเพื่อตรงไปยังภูเขาแสนลี้
พูดๆ อยู่ หลินหว่านเอ๋อร์ขึ้นอีกว่า: “บอกตามตรงว่า พ่อของข้าน้อยเคยบอกกับข้าน้อยเอาไว้ว่า สถานที่เก็บตัวของซือกงนั้นค่ายกลซับซ้อนซ่อนเร้นมาก กลไกเยอะแยะมากมาย ถ้าหากไม่ใช่คนที่ต้องการจะให้เขาไป ชีวิตนี้ก็ยากที่จะตามหาถ้ำที่เขาเก็บตัวได้เจอ ถึงแม้ว่าคุณชายจะมีความสามารถอันยอดเยี่ยม แต่ค่ายกลสิ่งนี้มีการเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา หากคุณชายพาข้าน้อยไปด้วยกัน บางทีข้าน้อยอาจจะช่วยเหลือคุณชายได้บ้าง”
แน่นอนว่าเย่เฉินเข้าใจถึงเหตุผลข้อนี้
พาหลินหว่านเอ๋อร์ไปด้วยกันก็เท่ากับว่าพามันสมองอันยอดเยี่ยมไปด้วย เธอไม่เพียงแต่ฉลาดหลักแหลม อีกทั้งยังมีความรู้ทั่วไปแน่นมากอีกด้วย มีหลายเรื่องที่บางทีตัวเองอาจดูไม่รู้ไม่เข้าใจ แต่หลินหว่านเอ๋อร์กลับสามารถมองออกได้แค่พริบตาเดียว
แต่ทว่า หลินหว่านเอ๋อร์นั้นบอบบางมาก อีกทั้งยังเป็นผู้หญิงอ่อนแอที่อายุทางชีววิทยาหยุดนิ่งอยู่ที่สิบเจ็ดปี ความลึกของภูเขาแสนลี้เทียบได้กับป่าดงดิบแบบดั้งเดิม เธอแค่ผู้หญิงคนหนึ่งติดตามไปด้วย เกรงว่าจะทนลำบากไม่ไหว
เมื่อเห็นเย่เฉินลังเลใจ หลินหว่านเอ๋อร์จึงพูดอย่างจริงใจและตรงไปตรงมาว่า: “ก่อนหน้านี้คุณชายเคยบอกไว้ ท่านเอิร์ลฉางเซิ่งเคยกล่าวไว้ว่าพ่อแม่ของคุณชายอาจจะค้นพบความลับแห่งความเป็นอมตะแล้วก็ได้ ข้าน้อยคิดว่า พ่อแม่ของข้าน้อยเคยติดตามซือกงฝึกฝนบำเพ็ญเพียรที่ภูเขาแสนลี้ บวกกับพ่อแม่ของคุณชายเองก็เคยค้นหาความลับที่ซือกงทิ้งไว้ที่ภูเขาแสนลี้ ดังนั้นข้าน้อยก็เหมือนกับคุณชายที่ต่างมีโชคชะตาเกี่ยวข้องกับภูเขาแสนลี้นี้ ข้าน้อยอยากไปกับคุณชาย ก็ไม่เพียงแค่อยากจะช่วยแบ่งเบาภาระของคุณชาย ข้าน้อยก็อยากจะใช้โอกาสในครั้งนี้ นำป้ายวิญญาณของพ่อกลับไปยังภูเขาแสนลี้อีกสักครั้ง ถ้าหากสามารถตามหาสถานที่ที่เขาเคยฝึกฝนกับซือกงในสมัยนั้นเจอ ก็ถือเป็นการทำให้ความปรารถนานี้ของเขาเป็นจริงแล้ว”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...