เย่เฉินชัดเจนมากว่า ที่ตนเองตามหาครั้งนี้ ไม่ใช่อู๋เฟยเยี่ยน แต่เป็นสถานที่นั้นที่อู๋เฟยเยี่ยนต้องการไป
ตนนำภาพวาดของเมิ่งฉางเชิงปล่อยออกมา อู๋เฟยเยี่ยนรีบให้องค์กรพั่วชิงเข้าสู่ความนิ่งเงียบ ข้อนี้พิสูจน์ได้ว่าเธอค่อนข้างหวาดกลัว
แต่ยิ่งหวาดกลัว เธอก็ยิ่งแอบมาที่หัวเซี่ยเงียบๆคนเดียว อีกทั้งไปที่ภูเขาแสนลี้แล้ว นี่ก็พิสูจน์ได้ว่า เธอในตอนนี้จะต้องรีบเร่งเป็นอย่างมากแน่นอน
เย่เฉินคาดเดา เป็นไปได้มากว่าเป็นเพราะไปค้นหาความลับที่เมิ่งฉางเชิงทิ้งเอาไว้ตอนนั้น บางทีก็คือความลับอายุยืนที่ท่านเอิร์ลฉางเซิ่งเอ่ยถึงก่อนหน้านี้
ดังนั้น รอหลังจากที่อู๋เฟยเยี่ยนออกไปจากภูเขาแสนลี้ ตนค่อยเข้าไปค้นหา ยังไม่ต้องสนใจว่าจะได้รับอะไรหรือไม่ อย่างน้อยก็จะไม่เพิ่มอันตราย
และในเวลานี้
ที่ภูเขาแสนลี้
อู๋เฟยเยี่ยนราวกับจอมยุทธ์หญิงในหนังกำลังภายในห้อยโหนสลิง กระโดดไต่กำแพง เดินอยู่ท่ามกลางป่าไม้ในภูเขาลึกด้วยความรวดเร็ว เป็นภูเขาสูงชัน ป่าไม้เก่าแก่ในภูเขาลึกในสายตาของคนทั่วไป แต่ต่อหน้าเธอแล้ว เรียกได้ว่าราวกับเป็นพื้นที่ราบก็ว่าได้
แม้ว่าจะเดินลึกเข้าไปในภูเขาใหญ่มากขึ้นเรื่อยๆ แต่สถานการณ์กลับยิ่งราบรื่นขึ้นเรื่อยๆ
ตอนหลังจากที่เธอห่างจากทางด่วนเป็นระยะทางไกลแล้ว ค่อยๆเข้าไปในภูเขาลึกไกลแล้ว เธอพบว่าเมื่อเทียบภูเขาแสนลี้ตรงหน้า กับเมื่อสามร้อยปีก่อน กลับไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไป
ภูเขาเขียวขจีของที่นี่ยังเป็นเช่นเดิม แล้วก็ยังคงไร้ผู้คนอาศัยเช่นเดิม
อู๋เฟยเยี่ยนอาศัยความทรงจำในตอนนั้น ที่เดินตั้งแต่เช้าจรดค่ำในภูเขาลึก
แต่ว่า ตอนที่อู๋เฟยเยี่ยนมาถึงที่นี่นั้น ท่าทางของเธอกลับไม่ได้มีความตื่นเต้นเลยสักนิด ในทางกลับกันยิ่งมีความตื่นเต้นมากกว่าเดิม
เธอก้าวเดินเข้าไปในหมอกหนาผืนนี้โดยไม่ลังเล หมอกพิษที่เต็มไปด้วยความสกปรกถึงแม้จะไม่ทำร้ายเธอก็จริง แต่กลับทำให้เธอเกิดอาการคลื่นไส้เล็กน้อย ดังนั้นเธอจึงกลั้นหายใจ เดินมุ่งหน้าไปทางส่วนลึกที่ต่ำที่สุด
ในเวลานี้ ใต้หุบเขาไม่มีแสงแม้แต่เพียงเล็กน้อย อู๋เฟยเยี่ยนปล่อยตัวสำนึกไปทั่วบริเวณรอบๆ ทุกอย่างบริเวณรอบๆสำหรับเธอแล้ว ก็คือเข้าใจอย่างถ่องแท้
ตอนที่มาถึงบริเวณที่ลึกที่สุด มีเสาหินขนาดใหญ่สูงประมาณห้าถึงหกเมตร กว้างสองถึงสามเมตรปรากฏขึ้นที่ตรงหน้าของอู๋เฟยเยี่ยน
ถึงแม้ว่าเสาหินเหล่านี้มองดูไปล้วนเกิดจากธรรมชาติ ไม่มีร่องรอยการแปรรูปใดๆจากมนุษย์ แต่กลับเหมือนว่าไม่ควรมาปรากฏเป็นจำนวนมากอยู่ที่นี่ ราวกับว่ามีคนจงใจนำเสาหินเหล่านี้มารวบรวมเก็บเอาไว้ในที่แห่งนี้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...