เมื่อเย่เฉินและหลินหว่านเอ๋อร์มาถึงสนามบินยงโจว เครื่องบินส่วนตัวลำหนึ่งก็บินออกจากยงโจวพอดี ซึ่งมุ่งหน้าไปยังเย่นจิง
ในทุก ๆ วัน จะมีเครื่องบินส่วนตัวหลายลำรวมไปถึงเครื่องบินราชการของบริษัทให้เช่าต่าง ๆ บินจากมณฑลเมืองต่าง ๆ ไปยังเมืองหลวงเย่นจิง ดังนั้นเครื่องบินลำนี้จึงไม่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษแต่อย่างใด
เครื่องบินWoouของเย่เฉินก็จอดรออยู่ที่นี่นานมากแล้วเหมือนกัน เมื่อเย่เฉินและหลินหว่านเอ๋อร์ผ่านจุดตรวจ หลังจากขึ้นเครื่องแล้ว กัปตันก็ยื่นคำร้องเทคออฟกับหอควบคุมการบินโดยตรง เพื่อมุ่งหน้าไปยังจินหลิง
ในขณะที่เครื่องบินเทคออฟ เย่เฉินยังคงใช้นิ้วเล่นสร้อยข้อมือลูกปัดที่ทำมาจากไม้กฤษณอยู่เช่นเคย หลังจากเครื่องบินบินอยู่บนฟ้าอย่างนิ่มนวลแล้ว จู่ ๆ เย่เฉินก็เอ่ยปากถามหลินหว่านเอ๋อร์: “คุณหลิน วันนี้ซือไท่ที่เธอเจอ นอกจากไม่ให้ฉันหันกลับไปแล้ว เธอพูดหรือเปล่าว่าฉันจะกลับภูเขาแสนลี้ได้อีกทีตอนไหน?”
หลินหว่านเอ๋อร์ส่ายหน้าแล้วตอบกลับ: “ซือไท่นั่นพูดแค่ว่าภูเขาแสนลี้อันตรายเกินไป คุณชายอย่าได้ไปเป็นอันขาด แต่กลับไม่ได้บอกเลยว่าคุณชายจะไปอีกทีได้เมื่อไหร่ บางทีเพื่อคำนึงถึงความปลอดภัย ต่อไปคุณชายอย่าไปที่นั่นอีกเลยจะดีกว่าค่ะ”
“ทำไมล่ะ?” เย่เฉินพูดพึมพำ: “เธอบอกว่าที่นั่นอันตราย แต่ต่อให้อันตรายมากแค่ไหน แต่ความอันตรายก็มีขีดจำกัดอยู่ ศักยภาพในปัจจุบันของฉันยังไม่พร้อม ที่นั่นไม่ต่างอะไรจากสถานที่ที่เต็มไปด้วยภยันตรายสำหรับฉัน สักวันถ้าเกิดศักยภาพของฉันพุ่งพรวด บางทีที่นั่นก็ไม่ต่างอะไรจากสถานที่ที่ธรรมดาแล้ว”
หลินหว่านเอ๋อร์พูดอย่างมั่นใจ: “คุณชาย บ่าวรู้สึกว่าในระยะเวลาอีกยาวนานในอนาคตของคุณชาย อย่ามีความคิดที่จะย้อนกลับไปยังภูเขาแสนลี้อีกเลย เมื่อเปรียบเทียบกับการทุ่มเทแรงกายและแรงใจไปที่ภูเขาแสนลี้โดยเสียเปล่า จะดีกว่าหากเอาเวลามาคิดพิจารณาว่าต้องทำอย่างไรถึงจะเจอโอกาสในการบรรลุ ทำการเปิดจุดหนีว๋านออกโดยสิ้นเชิง”
เย่เฉินย้อนถาม: “หลังจากจุดหนีว๋านเปิดออกแล้ว ฉันสามารถกลับภูเขาแสนลี้อีกครั้งได้หรือไม่?”
หลินหว่านเอ๋อร์ส่ายหน้า: “บ่าวรู้สึกว่าต่อให้จุดหนีว๋านเปิดออกแล้วก็ไม่สามารถกลับไปได้เหมือนกัน เพราะเมื่อจุดหนีว๋านของคุณชายเปิดออกแล้ว ก็แค่พอมีศักยภาพที่จะต่อสู้กับอู๋เฟยเยี่ยนได้อย่างยากลำบากเท่านั้น อีกทั้งอัตราชนะก็ต่ำมาก ๆ ด้วย หากต้องการย้อนกลับไปไปยังภูเขาแสนลี้ อย่างน้อยก็ต้องอยู่เหนืออู๋เฟยเยี่ยนให้ได้ก่อนค่อยว่ากันอีกที”
ในมุมมองของหลินหว่านเอ๋อร์ แม้นซือไท่นั่นจะเป็นซือไท่ปลอม ทว่าคำพูดที่เธอกล่าวมากลับเป็นความจริงที่แน่นอน
นึกโยงถึงคำพูดที่เย่เฉินเคยพูดในก่อนหน้านี้ เมื่อปีนั้นพ่อเขาก็เคยศึกษาวิจัยเรื่องราวที่เกี่ยวกับดวงชะตามังกรขั้นสูงแล้ว ส่วนตัวหลินหว่านเอ๋อร์เองแค่คาดการณ์การคงอยู่ของดวงชะตามังกรขั้นสูง แต่กลับไม่ทราบความลึกซึ้งที่ซ่อนอยู่ภายใน ดังนั้นเธอจึงเอ่ยปากพูดกับเย่เฉินว่า: “คุณชายคะ บ่าวรู้สึกว่าการย้อนกลับไปยังจินหลิงในครั้งนี้ ทั้งคุณชายและบ่าวต่างมีภาระที่เร่งด่วน ไม่ทราบว่าคุณชายยินดีที่จะฟังบ่าวอธิบายหรือเปล่า?”
เย่เฉินตอบกลับ: “คุณหลินเชิญพูดได้เลย”
หลินหว่านเอ๋อร์พูดด้วยเสียงที่ไพเราะน่าฟัง: “อู๋เฟยเยี่ยนถอยกลับชั่วคราว ภาระเร่งด่วนของคุณชายก็คือต้องคิดหาวิธีเปิดจุดหนีว๋านออก ส่วนภาระเร่งด่วนของบ่าวก็คือใช้ความคิดอนุมานความหมายแฝงที่แท้จริงของดวงชะตามังกรขั้นสูงออกมาให้ได้ว่าคืออะไรกันแน่ เหตุใดคำคำนี้ถึงเกี่ยวพันกับคุณชายอยู่เสมอ หากสามารถสืบสาวต้นสายปลายเหตุที่ซ่อนอยู่ภายใน บางทีเรื่องราวหลายอย่างก็จะมีคำอธิบายที่สมเหตุสมผลแล้ว”
เย่เฉินพยักหน้าอย่างเห็นด้วย แต่กลับอดไม่ได้ที่จะพูดอย่างทอดถอนใจ: “การเปิดจุดหนีว๋านฟังดูง่าย แต่ฉันกลับไม่รู้ด้วยซ้ำว่าต้องเริ่มยังไง ตอนนี้ฉันไม่มีวิธีการดี ๆ ที่จะมายกระดับผลการฝึกฝน ความรู้ในตำราเก้าเสวียนเทียนมีเยอะมาก เนื้อหาซับซ้อน แต่กลับไม่มีวิชาบำเพ็ญตนที่เป็นระบบอย่างแท้จริงแม้แต่วิชาเดียว แม้การเล่นแร่แปรธาตุจะทำให้ศักยภาพของฉันพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง แต่ว่าโอสถในตอนนี้ก็ถึงช่วงตีบตันแล้ว ถึงยาเสริมชี่ปราณจะดี แต่การกินยาเสริมชี่ปราณอย่างเดียวก็ไม่สามารถทำให้ผลการฝึกฝนและศักยภาพของฉันได้รับการยกระดับอย่างเป็นระบบอยู่ดี……”
หลินหว่านเอ๋อร์ถามอย่างตะลึง: “ตำราเก้าเสวียนเทียนทรงพลังขนาดนั้น แต่ภายในกลับไม่มีวิชาบำเพ็ญตนสักวิชาเลยอย่างนั้นหรือ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...
ทั้งที่เป็นผู้ชาย แรงเยอะกว่า ตัวใหญ่ก็ว่า แต่กลัวกับอีหม่าหลันพูดขู่แค่นี้เนี่ยน่ะ ไม่น่าเกิดเป็นผู้ชายเลยมึงไอเชียวฉางควน กูคิดว่าเป็นตุ๊ด ปากบอกรอเหมยชิงมานาน อยากจะพัฒนาความสัมพันธ์ อยากจะมีเพศสัมพันธ์อยากจะอยู่กับเหมยชิง อยากแต่งงานกะเหมยชิงอีกครั้ง ทั้งที่เหมยชิงยอมกลับมาหาเพื่อมึง แต่มึงกลับไม่กล้าทำไรกะอีหม่าหลันสักอย่าฃ แค่หม่าหลันพูดขู่ว่าจะไปหาเรื่องเหมยชิง แทนที่จะให้เหมยชิงจ้างบอดีการ์ดมา อีหม่าก้ทำไรไม่ได้ล่ะ หรือไอฉางควนปกป้อง สู้กันจริงๆหม่าหลันก้สู้คงไม่ได้หรอก ทำมึงกลับกลัวหัวหด ชาตินี้ก้คงไม่ได้อยุ่กับคนรักหรอก ฝันไปเถอะมึง กระจอก...