โบราณว่ากันว่าหากอยากมีชีวิตที่สงบสุข ไม่จำเป็นต้องเข้าป่าเสมอไป ระดับคุณภาพชีวิตที่สงบสุขยิ่งกว่า คือการค้นพบสถานที่ที่สงบสุขท่ามกลางเมืองใหญ่ที่วุ่นวายต่างหาก จะมีคนไหนคิดได้ล่ะว่าที่พักในเย่นจิงของอานเฉิงซีจะอยู่ในวัดวาอารามที่มีผู้คนเข้าออกมากที่สุด
เมื่ออานเฉิงซีมาถึงเรือนสี่ประสาน ถังซื่อไห่ก็มาถึงก่อนแล้ว
เขาในตอนนี้กำลังรอคอยอยู่ในห้องโถงใหญ่ของเรือนสี่ประสาน
เมื่อเห็นอานเฉิงซีและซือไท่ปลอมนั่นเข้ามาพร้อมกัน เขาจึงรีบเดินไปตรงหน้าประตูแล้วพูดอย่างเคารพนอบน้อม: “นายหญิง พี่ซุน!”
อานเฉิงซีพยักหน้าเบา ๆ ใช้นิ้วชี้ไปทางเก้าอี้ที่ตั้งอยู่ในห้องโถงใหญ่ แล้วพูดกับเขา: “นั่งก่อนสิซื่อไห่”
ถังซื่อไห่ก้มคำนับแล้วพูด: “ขอบคุณนายหญิงครับ”
อานเฉิงซีโบกมือไปมา แล้วนั่งลงตรงกลางห้องโถงใหญ่ ส่วนซือไท่ปลอมที่ใส่หมวกใบหนึ่งยืนอยู่ข้างเธอ
ถึงแม้ซือไท่ปลอมจะยังใส่หมวกอยู่ แต่ถังซื่อไห่ก็ยังสามารถดูออกอยู่ว่าเธอโกนผมแล้ว จึงถามอย่างรู้สึกตะลึงงัน: “พี่ซุน นี่คุณ……”
ซือไท่ปลอมอมยิ้ม ถอดหมวกลงมาแล้วเอ่ยปากพูด: “วันนี้ฉันไปเป็นดารารับเชิญที่ภูเขาแสนลี้มาน่ะ”
ถังซื่อไห่รีบถาม: “พี่ซุนคุณเจอคุณชายแล้วเหรอครับ?! คุณชายยังจำคุณได้หรือเปล่า? อย่าทำให้คุณชายรู้สึกสงสัยในตัวพวกคุณเชียวนะ!”
ซือไท่ปลอมส่ายหน้าแล้วตอบกลับ: “ไม่ต้องเป็นห่วง ฉันไม่ได้เจอหน้าคุณชายโดยตรง”
“งั้นก็ดีแล้วครับ!”ถังซื่อไห่ผงกหัว แล้วถามอานเฉิงซีอย่างเคารพนอบน้อม: “ใช่สินายหญิง คุณไม่ได้กลับมาเย่นจิงนานมาก ๆ แล้ว เมื่อก่อนขอแค่เป็นสถานที่ที่คุณชายอยู่ คุณก็จะไม่ไปเป็นอันขาด ทำไมวันนี้ถึงมาเย่นจิงพร้อมกับคุณชายได้ล่ะครับ?”
ถังซื่อไห่ถาม: “นายหญิงครับ แล้วการมาเย่นจิงในครั้งนี้ของคุณมีแผนการอะไรไหมครับ?”
อานเฉิงซีตอบกลับ: “ฉันไม่มีแผนการอะไร แค่มีของสิ่งหนึ่งจะให้นาย ก่อนเฉินเอ๋อจะมาถึงเย่นจิง นายช่วยฉันนำสิ่งนี้ไปวางไว้ที่คฤหาสน์หลังเก่าตระกูลเย่หน่อย พรุ่งนี้เช้าฉันก็จะออกเดินทางไปจินหลิงแล้ว”
หลังจากพูดจบ อานเฉิงซีก็พยักหน้าให้ซือไท่ปลอมนั่นเบา ๆ
ซือไท่ปลอมจึงรีบหยิบอัลบั้มรูปภาพเก่า ๆ ที่มีขนาดเท่ากระดาษเอสี่ออกมาจากกระเป๋าหิ้ว แล้วยื่นอัลบั้มรูปภาพให้ถังซื่อไห่
ถังซื่อไห่รับอัลบั้มรูปภาพมา เขาไม่กล้าเปิดอัลบั้มโดยตรง แต่เป็นการสอบถามอานเฉิงซีว่า: “นายหญิงต้องการให้ผมนำอัลบั้มรูปภาพเล่มนี้ไปวางไว้ในคฤหาสน์หลังเก่าเหรอครับ?”
“ใช่”อานเฉิงซีพยักหน้า แล้วพูดอย่างทอดถอนใจ: “20 ปีแล้ว ก็ถึงเวลาที่ต้องให้เฉินเอ๋อค่อย ๆ ทราบเรื่องราวบางอย่างในอดีตที่ถูกกลบอยู่ในฝุ่นแล้ว!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...