ซือไท่ปลอมพิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพยักหน้าแล้วตอบกลับ: “ตอนนั้นดิฉันรู้สึกกังวลใจเล็กน้อยจริง ๆ ค่ะ เพราะคุณเคยบอกว่าเหมือนคุณชายจะอคติต่อพ่อแม่คุณเล็กน้อย แถมก่อนหน้านั้น คุณชายแค่เอาโอสถที่สามารถช่วยชีวิตพ่อคุณให้คุณกู้ แต่กลับไม่ได้นำโอสถที่สามารถรักษาพ่อคุณให้หายขาดจากโรคร้ายให้เธอพร้อมกัน ดังนั้นดิฉันจึงกลัวว่าถ้าเกิดตอนนั้นคุณชายลังเลใจเพียงเล็กน้อย ก็อาจจะไม่ทันการแล้ว หากเป็นแบบนั้นละก็ เราก็จำเป็นต้องลงมือในระยะเวลาที่สั้นที่สุด แต่ถ้าเกิดคุณชายไม่ได้ลงมือในทันที เราก็จะสูญเสียช่วงโอกาสที่ดีที่สุด เกรงว่าคงหลีกเลี่ยงการตายและบาดเจ็บได้ยากมาก”
อานเฉิงซีพูดอย่างจริงจัง: “เมื่อปีนั้นถึงแม้ฉางอิงจะจัดแจงสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยให้เฉินเอ๋อ แต่กลับไม่ได้มอบสิทธิพิเศษใด ๆ ให้เขา เขาดิ้นรนอยู่ในจินหลิงมาเกือบ 20 ปี ดังนั้นเขาจึงอาจจะไร้เหตุผลและห้าวหาญเล็กน้อยจริง ๆ อุบายในการลงโทษพวกคนชั่วก็มักจะโหดเหี้ยมกว่าคนชั่วเสมอ แต่ฉันก็เข้าใจอุปนิสัยของเขาอยู่ ในเรื่องประเภทนี้ ต่อให้เฉินเอ๋อจะเข้าใจผิดและไม่พอใจมากแค่ไหน แต่เขาก็จะลงมือเป็นเวลาแรกอย่างแน่นอน”
พอพูดจบ อานเฉิงซีก็อมยิ้มแล้วพูดด้วยใบหน้าที่ดูชื่นใจ: “อันที่จริงฉันกลับรู้สึกชอบความห้าวหาญที่อยู่บนตัวเฉินเอ๋อ และการแบ่งแยกรักและเกลียดอย่างชัดเจน ทั้งยังถูกผู้อื่นผูกมัดน้อยมาก ๆ ด้วย”
“เมื่อปีนั้นฉางอิงก็เป็นเพราะขาดความห้าวหาญนี่แหละ มักจะใช้มาตรฐานคุณธรรมที่สูงส่งมาผูกมัดตัวเอง ดังนั้นตัวเองถึงได้กลายเป็นตัวถ่วงของตัวเอง”
“แต่เฉินเอ๋อกลับแตกต่างกัน เขาไม่เคยใช้คุณธรรมศีลธรรมมาผูกมัดตัวเอง;”
“ตาแท้ ๆ ป่วยแล้วยังไง? ภายใต้สถานการณ์ที่จิตใจความคิดเข้ากันไม่ได้ อย่างน้อยก็ช่วยชีวิตเขาไว้ครั้งหนึ่ง ซึ่งนี่ถือว่าเฉินเอ๋อได้มอบความเมตตาและรักษาสัจจะจนถึงที่สุดแล้ว;”
“เป็นเรื่องแบบเดียวกัน หากเปลี่ยนเป็นฉางอิง เขายอมที่จะกล้ำกลืนฝืนทน แต่ก็จะรักษาโรคของพ่อฉันให้หายขาดให้ได้”
“เย่ฉางโคงลุงใหญ่เขาแล้วยังไง? เมื่อถึงช่วงเวลาที่ควรคุกเข่าอยู่บนภูเขาเย่หลิงซานก็ควรคุกเข่า ต่อให้เย่ฉางหมิ่นเป็นป้าเขาแล้วอย่างไร? ในเมื่อควรกักบริเวณอยู่ในหมู่บ้านชุมชนแห่งจินหลิง ก็อย่าริอ่านก้าวขาออกมาแม้แต่ก้าวเดียว;”
“ปู่ฉันไม่ยอมมอบอำนาจให้แล้วอย่างไร? เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องที่เขาจะยอมหรือไม่ยอมด้วยซ้ำ เฉินเอ๋อก็สามารถประคองตัวเองให้ขึ้นไปดำรงตำแหน่งเองได้ ซึ่งเรื่องนี้เฉินเอ๋อทำได้ถูกใจฉันมาก!”
“ใครเป็นคนกำหนดว่าผู้นำตระกูลรุ่นต่อไปต้องได้รับการเห็นชอบจากผู้นำตระกูลรุ่นก่อน? เมื่อมองอีกมุมหนึ่ง ขอแค่เขาไม่กล้าคัดค้าน ทุกอย่างก็จบแล้วไม่ใช่เหรอ?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...