เย่เฉินรู้สึกว่า หัวมสมองของตนเอง ลัดวงจรไปในขณะนี้
ตอนนี้ดูเหมือนมัน มีความเป็นไปได้สูงว่าโจวเหลียงเวิ่นได้รับการจัดการถึงได้ปรากฏตัวที่เมืองจินหลิง และคนที่จัดการเขา ก็เป็นไปได้มากว่าจะเป็นคุณพ่อของเขาที่เสียชีวิตไปเมื่อยี่สิบกว่าปีแล้วของตนคนนั้น
นี่ก็ทำให้เย่เฉินรู้สึกถึงความตื่นเต้นและกดดันอย่างน่าประหลาด ตอนนั้นคุณพ่อกับคุณแม่เจอเรื่องอะไรกันแน่ ไม่เพียงนำภัยพิบัติมาสู่ตัว ถึงขนาดยังต้องวางแผนเพื่อตนเองก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่องเอาไกลมากขนาดนั้น มากมายขนาดนั้นด้วย
ตอนนั้น ตอนที่คุณพ่อกับคุณแม่เกิดเรื่อง ถังซื่อไห่นำตนมาปกป้องเอาไว้ในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าทันที นี่ก็คือสิ่งที่คุณพ่อจัดการเอาไว้เรียบร้อยตั้งแต่แรกแล้ว แต่คิดไม่ถึงว่า เขายังจัดการคนแซ่โจวเอาไว้แล้วอีกด้วย หลังจากนั้นเกือบยี่สิบปีก็มุ่งหน้าจัดฉากนี้เอาไว้ให้เพื่อตนที่เมืองจินหลิง......
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาก็หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรไปหาซ่งหวั่นถิงอีกครั้ง เขายังมีคำถามอีกข้อหนึ่ง ต้องการยืนยันกับซ่งหวั่นถิงเป็นการด่วน
เมื่อโทรติด ซ่งหวั่นถิงในโทรศัพท์ทางด้านนั้นกล่าวถามด้วยความนอบน้อม: “อาจารย์เย่ ข้อมูลที่ส่งให้คุณเมื่อครู่นี้คุณดูหรือยังคะ? มีปัญหาอะไรไหม?”
“ดูแล้วครับ”เย่เฉินกล่าว: “ไม่มีปัญหาอะไร เพียงแต่ผมมีอีกเรื่องหนึ่งที่อยากจะยืนยันกับคุณหน่อย”
ซ่งหวั่นถิงรีบเอ่ยกล่าว: “อาจารย์เย่เชิญพูด”
เย่เฉินกล่าว: “คือว่าตอนนั้นที่พ่อตาของผมพลั้งมือทำให้แจกันลายครามใบนั้นแตก คุณรู้หรือไม่ว่ามันมาที่จี๋ชิ่งถังได้ยังไง? เป็นจี๋ชิ่งถังรับกลับมา หรือว่ามีคนอื่นส่งมาขายที่จี๋ชิ่งถัง?”
ซ่งหวั่นถิงกล่าวอย่างครุ่นคิด: “แจกันลายครามใบนั้น......ถ้าหากฉันจำไม่ผิดละก็น่าจะเป็นผู้จัดการโจวรับกลับมา ในเดือนที่เขาเพิ่งจะเข้าทำงาน ช่วยจี๋ชิ่งถังเอาของโบราณกลับคืนมาได้ไม่น้อย แต่ว่าส่วนมากไม่ค่อยโดดเด่นสักเท่านั้น ถึงแม้ว่าจะไม่ถือว่าถูกต้ม แต่ว่าสิ่งของก็ธรรมดาทั่วไป แล้วก็ไม่ได้ช่องว่างกำไรมากเท่าไหร่นัก แจกันลายครามใบนั้น นับว่าเป็นของโบราณที่ดีที่สุดที่เขาเอากลับมาแล้ว”
เย่เฉินกล่าวพึมพำ: “ที่แท้ก็เป็นเขาที่เอากลับมา......ถ้าอย่างนั้นเขาได้บอกไหมว่าไปเอากลับมาจากที่ไหนกันแน่?”
ซ่งหวั่นถิงครุ่นคิด กล่าว: “ตอนนั้นเขาพูดว่า นั่นเป็นของที่เขากับเพื่อนทำของโบราณด้วยกันเมื่อก่อนเพราะขาดเงินถึงได้ส่งต่อ อีกทั้งราคาค่อนข้างสมเหตุสมผล ราคาท้องตลาดน่าจะประมูลได้ถึงประมาณสี่ถึงห้าล้าน ถึงขนาดมีความเป็นไปได้ที่อาจจะประมูลได้ถึงห้าถึงหกล้าน แต่ว่าราคาที่คนคนนั้นเสนอยังไม่ถึงสี่แสนด้วยซ้ำ ฉันคิดว่าจะต้องทำกำไรได้อย่างแน่นอน ดังนั้นจึงให้เขารับเอาไว้”
“ผมเข้าใจแล้ว”เย่เฉินยังคงพยักหน้า ผลลัพธ์นี้ไม่ได้เกินการคาดเดาของเขา ถ้าหากเป็นเช่นนี้ โจวเหลียงเวิ่นจงใจไปที่เมืองจินหลิงโดยเฉพาะ อีกทั้งยังไปสมัครงานที่จี๋ชิ่งถัง นำแจกันลายครามใบนั้นเข้ามาที่จี๋ชิ่งถังด้วยราคาต่ำ ทั้งมวลทั้งมวลนี้เพื่อที่จะทำให้ตนได้รับ
ถ้าอย่างนั้นปัญหาก็มาแล้ว หรือว่าเล่มนี้เป็นคุณพ่อที่ทิ้งเอาไว้ให้ตนอย่างงั้นเหรอ?
หลินหว่านเอ๋อร์เห็นว่าใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความสงสัย จึงอดไม่ได้ที่จะถาม: “ตอนนี้คุณชายกลัดกลุ้มใจด้วยเรื่องอะไร?”
เย่เฉินอย่างสงบเยือกเย็น: “เมื่อครู่นี้อยู่ๆผมก็คิดขึ้นมาได้อีกข้อ ในตอนนั้น ดูเหมือนกับหนังสือเล่มหนึ่ง แต่อันที่จริงก็ไม่ได้เหมือนหนังสือเล่มหนึ่ง อีกทั้ง หลังจากที่ผมหยิบมันขึ้นมา มันก็กลายเป็นผงละเอียดของมันเองอย่างรวดเร็ว เนื้อหาด้านในทั้งหมดกลับประทับเข้ามาในหัวสมองของผมอย่างน่าแปลกประหลาด......”
ชะงักไปครู่หนึ่ง เย่เฉินกล่าวอีกว่า: “ถ้าหากเป็นเช่นนี้ มีอะไรแอบแฝงหรือไม่ นี้ตัวของมันเองก็เป็นเพียงสิ่งของแบบใช้ครั้งเดียวเท่านั้น ถูกกำหนดไว้ว่ามีเพียงคนเดียวเท่านั้นที่จะสามารถรับเนื้อหาในนั้น?”
หลินหว่านเอ๋อร์พยักหน้ากล่าวอย่างไม่ครุ่นคิด: “ก็น่าจะเป็นอย่างที่คุณชายคาดเดา”
เย่เฉินกล่าวอีก: “ถ้าอย่างนั้นในเมื่อเป็นแบบนี้ ตอนที่ผมค้นพบมัน แจกันลายครามเพิ่งจะแตก แต่มันยังไม่ได้กลายเป็นฝุ่นผง ถ้าอย่างนั้นจะมีอะไรแอบแฝงไว้ใช่หรือไม่ ก่อนหน้าที่ผมจะค้นพบมัน กลับไม่เคยมีคนอื่นเคยเห็นเนื้อหาในนั้นมาก่อน?”
หลินหว่านเอ๋อร์ครุ่นคิด กล่าว: “ข้าน้อยคิดว่า พูดไม่ได้ว่าไม่มีคนเคยเห็นเนื้อหาภายในนั้นมาก่อน ข้าน้อยรู้สึกว่าก็เหมือนกับคนอื่น ที่อยากเห็นแต่ไม่เห็น”
พูดไป หลินหว่านเอ๋อร์กล่าวอีกว่า: “สามารถรู้จากปากของน้าชายใหญ่ของคุณชาย ตอนที่คุณพ่อของคุณชายได้รับในตอนนั้น ทั้งคนราวกับได้รับของล้ำค่า อดหลับอดนอนศึกษาความเร้นลับภายในนั้น ดังนั้นข้าน้อยคิดว่า หลังจากเขาไม่มีเหตุผลที่จะศึกษาแล้ว ได้รับที่ลึกขึ้นอีกขั้นแต่กลับไม่ไปศึกษา แต่กลับนำมันทิ้งไว้ให้คุณชายโดยตรง”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...