เย่เฉินส่ายหน้า: “ผมเองก็อยากจะรู้ว่าเขาคิดยังไงเช่นกัน แต่ว่าจากความเข้าใจของผมที่มีต่อเขา เขาจะต้องมีความจงรักภักดีกับตระกูลเย่อย่างแน่นอน ทำไมถึงจากไปโดยไม่บอกลาบางทีเขาเอาจะมีเหตุผลของเขาเอง หรือบางทีในตัวมันก็คือเป็นส่วนหนึ่งของการจัดการของคุณพ่อผมในตอนนั้น”
หลินหว่านเอ๋อร์กล่าว: “คุณชายมีความเชี่ยวชาญใน มีหนทางมากมายที่สามารถทำให้คนพูดความลับภายในเบื้องลึกของก้นบึ้งหัวใจออกมาได้ พ่อบ้านถังจากไปในเวลานี้ ข้าน้อยคิดว่า เขาจะต้องกังวลว่าคุณชายจะใช้ปราณทิพย์มาใช้บังคับให้พูดเรื่องที่ปิดบังเอาไว้มากขึ้นกว่าเดิม”
เย่เฉินกล่าวอย่างทอดถอนใจ: “ช่างเถอะ เขาทำแบบนี้จะต้องมีเหตุผลและความลำบากใจของเขา ผมเชื่อว่าเขาไม่มีทางทำเรื่องใดใดที่จะทำร้ายตระกูลเย่ ดังนั้นในเมื่อเขามีความลำบากใจ ผมเองก็จะต้องเคารพ มีเรื่องบางเรื่องที่เขาไม่ยินยอมพูดในตอนนี้ ถ้าอย่างนั้นก็รอให้ถึงเวลาที่เขายอมเปิดปากพูดแล้วค่อยว่ากันเถอะ”
พูดจบ เย่เฉินก็กลับไปที่ด้านหน้าอัลบั้มรูปเล่มนั้นอีกครั้ง หลังจากนั้นก็ดูต่อไป
ในรูปภาพช่วงหลังๆ คุณพ่อคุณแม่ของเย่เฉินออกกล้องถี่ขึ้น
พวกเขาสวมอุปกรณ์สำรวจภูเขาไปฉู่หนานด้วยกัน ไปสถานที่ที่เมิ่งฉางเชิงเก็บตัวฝึกฝนในตอนแรก จากนั้นก็ไปที่เมียนมา บังคลาเทศและอินเดีย สุดท้ายจากอินเดียกลับไปที่หัวเซี่ย แล้วไปที่ภูเขาแสนลี้
ฉู่หนานกับภูเขาแสนลี้ ล้วนเป็นสถานที่ฝึกฝนของเมิ่งฉางเชิง ระหว่างเพิ่มด้วยเส้นทางจากเมียนมามุ่งหน้าไปทางทิศตะวันจนถึงอินเดีย เย่เฉินเดาว่า น่าจะเป็นเส้นทางที่เมิ่งฉางเชิงเคยใช้ตอนออกจากฉู่หนานเพื่อไปแสวงหาโอกาส
หลังจากที่ได้รับโอกาส มีอายุขัยยืนยาวห้าร้อยปี เมิ่งฉางเชิงกลับไปที่หัวเซี่ย เก็บตัวถือศีลอยู่ที่ภูเขาแสนลี้ สุดท้ายได้ทำลายพันธนาการห้าร้อยปี อายุขัยเพิ่มขึ้นเป็นหนึ่งพันปี
หลินหว่านเอ๋อร์ที่อยู่ด้านข้างอดไม่ได้ที่จะกล่าวอย่างประหลาดใจ: “คิดไม่ถึงว่า คุณพ่อคุณแม่ของคุณชายเส้นทางทั้งหมดที่ซือกงเคยเดินทางไปในตอนนั้นจัดให้เป็นระเบียบ!”
เย่เฉินพยักหน้า กล่าว: “มีความเป็นไปได้มากว่าเป็นความดีความชอบของ”
หลินหว่านเอ๋อร์ถามเขา: “ครั้งนี้หลังจากที่คุณชายไปสหรัฐอเมริกา วางแผนที่จะเดินทางจากเมียนมาไปอินเดียด้วยหรือไม่?”
อานเฉิงซีกล่าวกับเขา: “ซื่อไห่ เฉินเอ๋อโทรศัพท์หานายเมื่อครู่นี้”
ถังซื่อไห่ถอนหายใจ กล่าว: “ครั้งนี้ผมจากไปโดยไม่บอกลา คุณชายจะต้องตำหนิที่ผม......”
“ไม่หรอก”อานเฉิงซีกล่าวจริงจัง: “เฉินเอ๋อเป็นคนที่มองสถานการณ์โดยรวม เขารู้ว่านายจากไปโดยไม่บอกลาจะต้องมีเหตุผลของนาย อีกอย่าง ฉันเองก็ไม่ได้ให้นายหายไปจากเบื้องหน้าของเขาตลอดกาล เพียงแค่ช่วงเวลาข้างหน้านี้ยังไงไม่เจอหน้าเฉินเอ๋อจะดีกว่า เฉินเอ๋อมีหนทางที่จะทำให้นายนำเรื่องทั้งหมดของหลายปีที่ผ่านมานี้พูดออกมา และฉัน ตอนนี้ยังไม่สามารถให้เฉินเอ๋อรู้ว่าฉันยังมีชีวิตอยู่ได้ ดังนั้นหนทางเดียวก็คือนายอย่าเพิ่งติดต่อใดๆกับเฉินเอ๋อ รอให้โอกาสเหมาะสม พวกเราค่อยไปเจอเขา”
ถังซื่อไห่พยักหน้าเล็กน้อย ถามอย่างนอบน้อม: “ฮูหยิน ถ้าอย่างนั้นต่อไปกระผมควรทำอะไร?”
อานเฉิงซีกล่าวพร้อมรอยยิ้ม: “ซื่อไห่ ต่อไปนายไม่ต้องทำอะไรทั้งนั้น ฉันเตรียมเรือเอาไว้เรียบร้อยแล้ว คืนนี้ฉันจะส่งนายออกจากหัวเซี่ยโดยไม่ทิ้งร่องรอยอะไรไว้ทั้งนั้น หลายปีมานี้ลำบากนายแล้ว ช่วงเวลาข้างหน้า นายก็ไปผ่อนคลายที่บนเกาะตาฮีตีให้สบายๆ รอโอกาสเหมาะสมค่อยกลับมา”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...
ทั้งที่เป็นผู้ชาย แรงเยอะกว่า ตัวใหญ่ก็ว่า แต่กลัวกับอีหม่าหลันพูดขู่แค่นี้เนี่ยน่ะ ไม่น่าเกิดเป็นผู้ชายเลยมึงไอเชียวฉางควน กูคิดว่าเป็นตุ๊ด ปากบอกรอเหมยชิงมานาน อยากจะพัฒนาความสัมพันธ์ อยากจะมีเพศสัมพันธ์อยากจะอยู่กับเหมยชิง อยากแต่งงานกะเหมยชิงอีกครั้ง ทั้งที่เหมยชิงยอมกลับมาหาเพื่อมึง แต่มึงกลับไม่กล้าทำไรกะอีหม่าหลันสักอย่าฃ แค่หม่าหลันพูดขู่ว่าจะไปหาเรื่องเหมยชิง แทนที่จะให้เหมยชิงจ้างบอดีการ์ดมา อีหม่าก้ทำไรไม่ได้ล่ะ หรือไอฉางควนปกป้อง สู้กันจริงๆหม่าหลันก้สู้คงไม่ได้หรอก ทำมึงกลับกลัวหัวหด ชาตินี้ก้คงไม่ได้อยุ่กับคนรักหรอก ฝันไปเถอะมึง กระจอก...
ไม่ใช่ว่าข้อมูลของเย่เฉิน ตอนตั้งแต่9ขวบจนถึงปัจุบัน ไม่ใช่ว่าถังซื่อไห่ลบไปแล้วไม่ใช่หรอหรือเก้บซ่อนไว้ ถ้า้ป้นอย่างงี้ แสดงว่าองกรพั้วชิงก้สามารถหาได้เช่นกันดิ ถ้างั้น ไม่ใช่ว่าถังซื่อไห่มันลบออกข้อมูลตอนเด้กของพระเอกออกไปหรอกหรอ -.-"...
พูดมาได้ไงไม่ได้หวังเกินตัว แต่อยากมีลูกกะเย่เฉิน ถึงกับขนาดที่ว่าจะแอบมีความสัมพันกับพระเอกตอนหลับ แบบนี้ไม่ได้เรียกหวังเกินตัวเลยงั้นอ่าดิ 555 ผมชอบอ่านเรื่องโรงแมนติกน่ะ เพราะมันพอดี แต่เรื่องนี้อ่านแล้วไม่ฟินอ่ะ เรื่องความรักชายหญิง เพราะมันลุกหนักเกินไปจน จนไม่มีให้ลุ้นอาะ...
ไม่เข้าใจจริง ว่าทำไมต้องให้พระเอกชดเชย หรือชดใช้ความรักให้หญิงสาวพวกนี้ ถ้าเป้นกุ้ซิวอี้พอยอมรับได้เพราะ เป้นคู่หมั่นพระเอก แต่พวกที่เข้ามาหาพระเอก พระเอกก้แค่ช่วยไปเท่านั้น ให้จะได้สะดวกต่อการทำงานร่วมกัน ไม่ได้ช่วยเพราะรัก แต่พวกหล่อนกับบอกให้ชดใช้ ทั้งที่ที่พวกหล่อนมารักพระเอกแท้ๆ แต่กลับจะให้พระเอกชดใช้เนี่ยน่ะ...
เฮเลน่า แม่งก่น่ารังเกียจเกิ้น...
เฮเลน่ามึงก้ฝันกลางวันเกิ้น ถามหน่อยสู้ไรกับนานาโกะหรือกู้ซิวอิ้วอีกได้บ้าง เรื่องนี้ผู้หญิงแม่งก้มโนเก่งเกิน คิดว่าจะได้ใช้ชีวิตร่วมกับพระเอก 555...
แล้วตู้ไหชิง ไม่ใช่ผู้หญิงที่ไอซูเต้าขอแต่งงานหรอ ไม่รู้คนเขียน หรือคนแปลที่แปลมั่ว ซูเต้า ไม่เคยขอใครแต่งงาน แล้วไห่ชิงนั้นไม่ได้เรียกว่าขอแต่งงานหรอกหรอ 555...
พระเอกมันเป้นห่วงความรุ้สึกนานาโกะมากขนาดนั้น ไม่อยากให้เศร้าใจมากขนาดนี้น ทำไมไม่แต่งงานกับนานาโกะไปเลยล่ะ ขัดใจ ถ้าเป้นครอบครัวอื่นอยากยกความดีความชอบให้ลูกสาวอีกฝ่ายก้ไมาแปลก แต่ครอบครัวนานาโกะยังไงต่อให้ไม่ยกความดีความชอบให้นานาโกะ พ่อนานาโกะก้รักนานาโกะมากอยุ่ล่ะ แคร์ความรู้สึกนานาโกะมากขนาดนั้น แต่งงานไปนานาโกะไปเลย ได้จบๆ 555...
บางที อ.ก้เขียนลำเอียงเกินไป วานพั่วจวิ้นทำงานแค่ตายจนกว่าจะได้ยามา แต่ซูรั่วรี่ไม่ได้ทำไรเลย มาถึงก้ได้ยาล่ะ 555...