อันโตนิโอและโอมาน ราโมวิชในตอนนี้ไม่กล้าไม่เชื่อฟังใด ๆ เย่เฉินอีก
ดังนั้น ทั้งสองจึงทำตามความต้องการของเย่เฉิน ต่างส่งลูกน้องและคนในครอบครัวของตัวเองไป
ไม่ถึงสิบนาที คนพวกนี้ ก็ออกไปจากวิลล่าแห่งตระกูลซาโน่
เย่เฉินปล่อยการสำรวจปราณทิพย์ หลังจากเห็นทั้งวิลล่าไม่มีใครแล้ว จึงพูดกับเฉียงไจ่:“เฉียงไจ่ คุณขับรถไปที่หน้าประตู”
“ครับคุณเย่!”เฉียงไจ่พยักหน้า รีบออกไปจากห้องเก็บไวน์
เย่เฉินมองไปยังอันโตนิโอและโอมาน ราโมวิชอีกครั้ง พูดนิ่ง ๆ ว่า:“พวกคุณสองคน รีบลุกขึ้นไปที่หน้าประตู”
อันโตนิโอมองขาตัวเองที่พิการ ก็พูดอย่างสะอื้น:“คุณเย่ ผม……ผมเดินไม่ได้……”
“ใช่คุณเย่……”โอมาน ราโมวิชพูดด้วยสีหน้าหดหู่:“ผมก็เดินไม่ได้ ขาขวาของผมปวดมาก ยืนไม่ขึ้นแล้ว……”
เย่เฉินพูดอย่างเยือกเย็น:“พวกคุณสองคน คนหนึ่งขาขวาหัก อีกคนขาซ้ายหัก คุณสองคนก็ประคองออกไปด้วยกัน ในเมื่อไม่สามารถเป็นพ่อตาและลูกเขยได้ อย่างน้อยก็เป็นเพื่อนรักช่วยกันประคองออกไป”
จูเลียดูต่อไปไม่ไหว รีบอยากจะประคองพ่อขึ้น แต่เย่เฉินกลับเตือนไปว่า:“คุณอย่าไปยุ่ง”
จูเลียถามอย่างไม่พอใจ:“ทำไมคุณต้องทรมานพวกเขาขนาดนี้?”
เย่เฉินถามย้อนว่า:“นี่น่ะเหรอการทรมาน?”
พูดจบ เขาก็ชี้ไปที่เท่นทรมานสไตล์ยุคกลางที่อยู่ด้านข้าง และถามเธอว่า:“อยากให้พ่อคุณแนะนำให้คุณรู้จักไหมว่าของสิ่งนี้ใช้กันอย่างไร?จากนั้นเอาที่เขาใช้กับคนอื่น มาใช้บนตัวเขาเพื่อให้คุณดู?”
จูเลียยังอยากจะตอบโต้ อันโตนิโอก็ตกใจจนหน้าซีดขาว เขารีบผลักลูกสาวออก แล้วพูดอย่างตื่นตระหนกว่า:“จูเลียลูกไม่ต้องช่วยพ่อ พ่อยืนเองได้……”
พูดจบ เขาก็พยายามยืนด้วยขาข้างหนึ่ง กระโดดไปหาโอมาน ราโมวิชอย่างยากลำบาก
เฉียงไจ่เหยียบคันเร่ง รถหรูขับออกจากวิลล่าตระกูลซาโน่ ขับไปยังไชน่าทาวน์
ในขณะเดียวกัน ที่ร้านห่านย่างในไชน่าทาวน์ สมาชิกทั้งห้าของเบริน์นิ่ง แองเจิ้ล ยังไม่กล้าเคลื่อนไหวภายใต้การเฝ้าของเฉินจ้างโจงและหนี่ต้าเหว่ย
เวลานี้พวกเขาหวังว่าจากที่พวกเขาไม่ได้กลับไปเป็นเวลานาน เจ้านายและสหายคนอื่น ๆ ตระหนักถึงปัญหา จะทำเวลาและส่งคนไปช่วยเหลือตัวเองออกมา
แต่ ในใจพวกเขารู้อยู่แล้วว่า ในเวลาเพียงสั้น ๆ หนึ่งหรือสองชั่วโมงไม่กลับไป ลูกพี่ก็จะไม่สงสัยใด ๆ หากต้องการให้เขาสงสัย อย่างน้อยต้องรอถึงวันพรุ่งนี้เช้า
ตอนที่พวกเขาหวังว่าจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้น ทันใดนั้นประตูก็ถูกเปิดออก
ทั้งห้ามองที่ประตูอย่างคาดหวัง แต่เห็นเย่เฉินที่พวกเขาไม่อยากเจอที่สุดเดินเข้ามา
และที่พวกเขาไม่ได้คาดคิดเลยคือ ด้านหลังมีคนประหลาดสองคนกอดกัน และกระโดดไปมาด้วยขาคนละข้าง

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...