ตอนที่เย่เฉินกับเฉินจ้างโจงออกจากร้านห่านย่างพร้อมกัน เฉินจ้างโจงหันหน้ากลับไปมองหน้าร้านที่ไม่สมบูรณ์นั้นแวบหนึ่ง กล่าวด้วยความทอดถอนใจเสียงเบส: “นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ฝีมือห่านยางของพ่อผมก็คงจะสูญหายไปแล้ว”
เย่เฉินถามเขาพร้อมรอยยิ้ม: “ลุงโจง ในใจของลุงมีข้อสงสัย หรือว่าต่อต้านการตัดสินใจในวันนี้ของผมไหม?”
เฉินจ้างโจงเงียบไปครู่หนึ่ง กล่าวอย่างจริงจัง: “คุณชาย เฉียงไจ่เป็นเด็กกำพร้าที่ผมรับเลี้ยงเอาไว้ ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงที่ผมเลี้ยงให้เชื่อง นับตั้งแต่วันที่ผมรับเลี้ยงเขา ก็ไม่เคยคิดมาก่อนว่าจะกำหนดชะตาชีวิตใดๆให้แก่เขา เขาเรียนทำห่านย่างกับผม ก็ไม่ใช่ความตั้งใจตั้งแต่แรกเริ่มเดิมทีของผม แต่วัยเด็กของเขาระเหเร่ร่อน ไม่ได้เรียนหนังสือแล้วก็ไม่ได้มีความตั้งใจจะเรียนหนังสือ แต่ตัวตนผู้เข้าเมืองผิดกฎหมายลิขิตให้เขาเดินออกจากไชน่าทาวน์ได้ยาก ดังนั้นผมถึงได้สอนวิธีการทำห่านย่างให้เขา อย่างน้อยก็ทำให้เขามีความสามารถในการหาเลี้ยงชีพได้”
พูดถึงตรงนี้ เฉินจ้างโจงกล่าวอีกว่า: “สำหรับเขาเลือกที่จะขายห่านย่าง หรือว่าทอดทิ้งการขายห่านย่าง ผมก็เคารพการเลือกของเขา เพียงแค่โอกาสที่คุณชายมอบให้แก่เขาในวันนี้ยิ่งใหญ่เกินไป ผมเกรงว่าเขาประสบการณ์ไม่มากพอ ควบคุมไม่ได้”
เย่เฉินึกล่าวอย่างจริงจัง: “ลุงโจงไม่ลองเปลี่ยนแนวความคิดในการมองปัญหาข้อนี้”
เฉินจ้างโจงกล่าวอย่างนอบน้อม: “คุณชายเชิญพูด”
เย่เฉินกล่าว: “ก่อนที่ลุงกับผมยังไม่มา เฉียงไจ่ได้ถูกพวกมันจับตามองเอาไว้แล้ว อีกทั้งยังถูกทำร้ายแล้วด้วย วันนี้พวกมันมาหาถึงที่ เฉียงไจ่เอาเงินสามพันดอลลาร์มาจ่ายให้ไม่ได้แน่นอน ถ้าหากพวกเราไม่มา เฉียงไจ่ในตอนนี้จะมีผลยังไง? คิดในแง่ดี อย่างน้อยก็ถูกทำร้ายบาดเจ็บสาหัส ดูจากความโหดเหี้ยมของการลงมือของสมาชิกแก๊งพวกนั้น มีความเป็นไปได้สูงที่เฉียงไจ่ที่จะมีผลข้างเคียงไปตลอดชีวิต เบาหน่อยก็พิการ หนักหน่อยก็เป็นอัมพาต และนี่ ก็คือผลลัพธ์ที่ค่อนข้างดีเท่านั้น”
ชะงักไป เย่เฉินกล่าวอีก: “คิดในแง่ร้าย คนพวกนี้ได้เริ่มการสังหารในไชน่าทาวน์ อีกทั้งไม่ใช่ฆ่าเพียงแค่คนสองคนเท่านั้น ถ้าหากวันนี้พวกมันจะเชือดเฉียงไจ่ให้ลิงดู หรือว่าถ้าวันนี้เฉียงไจ่ต่อต้านมากเกินไป ทันทีที่พวกมันควักปืนออกมา วันนี้เฉียงไจ่ต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย”
“ดังนั้น อย่างเบาก็แค่บาดเจ็บสาหัส อย่างหนักก็คือตาย ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ เฉียงไจ่ไม่มีอะไรที่ต้องพ่ายแพ้แล้ว นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ทั้งหมดของเขาล้วนเป็นกำไรแล้ว”
“ยิ่งกว่านั้น ตอนที่เฉียงไจ่จะลั่นไกยิงไอ้พวกสารเลวพวกนั้นทิ้ง เขามีความตั้งใจที่จะฆ่าจริงๆ การเผชิญหน้ากับความกดดันจากศัตรูของตนเองสามารถทำให้เกิดเจตนาสังหารได้ หมายความว่าเขายังมีจิตใจที่เข้มแข็งอยู่ เดินเส้นทางนี้ สำหรับเขาแล้วจะต้องดีกว่าไม่เดินแน่นอน”
เฉินจ้างโจงพยักหน้าเล็กน้อยเป็นเชิงเห็นด้วย จากนั้นถามอีก: “ใช่แล้วคุณชาย ทำไมตอนนั้นไม่ได้ให้เฉียงไจ่ลั่นไกปืนฆ่าคนพวกนั้น?”
เย่เฉินกล่าว: “ต่อไปเขาจะต้องฆ่าคนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ไม่ควรเป็นตอนนี้ ทันทีที่ก้าวเข้ามาก็ฆ่าคนเยอะขนาดนี้แล้ว ง่ายมากที่จะกลายเป็นคนป่าเถื่อนกระหายเลือดได้ง่ายๆ ยังไงให้ตัวเขาค่อยๆปรับตัวดีกว่า”
พูดไป เย่เฉินถามเฉินจ้างโจง: “ลุงโจงไม่ได้พักผ่อนทั้งคืน อยากจะกลับไปนอนพักผ่อนที่โรงแรมก่อนไหม?”
“ไม่ละ”เฉินจ้างโจงรีบโบกไม้โบกมือ กล่าว: “ผมมากับคุณชายคือมาจัดการธุระ รอหลังจากจัดการธุระเสร็จค่อยว่ากันเถอะ พวกเราไปเขตควีนส์กันเดี๋ยวนี้ หาที่ดื่มกาแฟสักแก้ว คาดว่าร้านของโบราณของปีเตอร์ก็น่าจะเปิดร้านแล้ว”
แต่เย่เฉินที่มีสายตาดีกว่าอย่างเห็นได้ชัดพบความผิดปกติแล้ว
เขามองเห็นประตูเหล็กกับที่จับของร้านของโบราณมีรอยสนิม ราวกับว่าไม่มีคนดูแลมาระยะหนึ่งแล้ว
เดิมทีเขาที่ตั้งใจจะดื่มกาแฟสักแก้วที่ตรงข้าม นำรถขับไปจอดที่ข้างทางฝั่งตรงข้าม เดินไปข้างหน้าเพื่อตรวจสอบ ถึงพบว่าร้านของโบราณไม่ได้เปิดร้านมานานมากแล้วจริงๆ ด้านบนประตูเหล็กพับ ถึงขนาดมีใยแมงมุมแขวนไว้ข้างบน
เมื่อมองเข้าไปข้างในผ่านหน้าต่าง ของที่ตั้งโชว์ด้านในสกปรกทั้งหมด ราวกับว่าไม่ได้รับการซ่อมแซมมานานแล้ว
เฉินจ้างโจงด้านข้างอดไม่ได้ที่จะขมวดหว่างคิ้ว: “รู้สึกว่าอย่างน้อยที่นี่ก็ปิดร้านมาหลายเดือนแล้ว”
“ครับ”เย่เฉินพยักหน้า: “ไม่ใช่บอกว่าตระกูลโจวมีร้านขายของโบราณมากมายในยุโรปและสหรัฐอเมริกาไม่ใช่เหรอ? ไม่แน่ว่าที่นี่จะถูกปิดทิ้งไปแล้ว?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...