ดีนในเวลานี้ ไม่กล้ามีความสงสัยใดๆ เกี่ยวกับสิ่งที่เย่เฉินพูดมาทุกคำอีก
ตอนที่ได้ยินว่าเย่เฉินจะทรมานตนเองไม่หยุดจนกระทั่งตนเองหมดลมหายใจ ภายในใจของเขา ก็เหมือนกับคนที่เกิดในป่าฝนเขตร้อน ไม่เคยเจอกับหิมะตามธรรมชาติมาก่อน ทันใดนั้นก็สิ้นหวังราวกับถูกโยนลงไปในสระน้ำที่เต็มไปด้วยไนโตรเจนเหลว
เขารู้ว่าต่อหน้าของเย่เฉินตนเองไม่ใช่คู่ต่อสู้เลยแม้แต่น้อย แล้วก็รู้ว่าลูกน้องด้านนอกเหล่านั้นของตนเองมัดรวมกันมาก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเย่เฉินแน่นอน ดังนั้น เขายิ่งรู้ว่า ตอนนี้ตนเองไม่มีความเป็นไปได้ที่จะเป็นอิสระเลยสักนิด
ถ้าหากพวกลูกน้องตระหนักได้ว่าผิดปกติบุกเข้ามาฆ่า ถ้าแบบนั้นคาดว่าทั้งหมดน่าจะถูกเย่เฉินปราบให้พ่าย ตนเองยังไม่ไม่สามารถได้รับการช่วยชีวิต
และตอนนี้ เวลาห่างจากมื้อเย็น อย่างน้อยยังมีเวลาอีกสี่ชั่วโมง
ตอนนี้เขา ไม่ได้อยากจะแก้แค้นอะไรอีกแล้ว ถึงขนาดไม่อยากจะทวงคืนเกียรติและศักดิ์ศรีของตนเองกลับมาอีกแล้ว เขาเพียงแค่อยากจะขอร้องเย่เฉินให้หยุดการทรมานและดูถูกเหยียดหยามที่ไร้มนุษยธรรมแบบนี้
ใครจะคิดได้ว่า เกียรติและศักดิ์ศรีที่ตอนนั้นเขายินยอมใช้ความตายของตนเองของคนอื่นไปปกป้อง คาดไม่ถึงว่าจะถูกแปรงขัดส้วมที่ทั้งเก่าและเหม็นสกปรกที่ปากพูด แทงจนทะลุและแหลกละเอียด
เขาที่คุกเข่าอยู่บนพื้น ทำได้เพียงอมแปรงขัดส้วมพยายามพยักหน้า มือทั้งสองข้างอยู่บนหัวไหว้ปลกๆ ก็เหมือนกับสุนัขเท็ดดี้ที่ได้รับการฝึกฝนมาอย่างดี พยายามแสดงท่าทีที่ต่ำต้อยที่สุด เพื่อแลกกับการยกโทษให้ของเย่เฉิน
เย่เฉินมองดูท่าทีที่น่าสมเพชของเขาที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้น แค่นเสียงหัวเราะ เอ่ยปากกล่าวถาม: “เมื่อก่อนมีเคยมีคนคุกเข่าขอร้องแก เหมือนกันกับที่แกกำลังคุกเข่าขอร้องฉันใช่ไหม ?”
สีหน้าของดีนตกตะลึงไปทันที ในใจมีใบหน้าของคนที่ทั้งคุ้นเคยแล้วก็แปลกหน้าหลายใบหน้าลอยขึ้นมาอย่างอดไม่ได้ พวกนั้น ล้วนเป็นคนน่าสงสารที่ถูกเขาใช้วิธีการทรมานจนถึงแก่ความตาย หรือทั้งหมดถูกทรมานจนถึงขั้นฆ่าตัวตาย
อันที่จริง ถ้าจะพูดถึงความโหดร้ายแล้ว ดีนโหดร้ายกว่าเย่เฉินอยู่มาก
เขาสามารถใช้วิธีการที่โหดร้ายที่สุด รุนแรงที่สุด อัปยศอดสูที่สุด ใช้กับผู้คนที่บริสุทธิ์ที่สุด ขี้ขลาดที่สุด น่าสงสารที่สุด อีกทั้งเห็นเรื่องพวกนี้เป็นเรื่องสนุก
แต่เย่เฉิน ถึงแม้ว่าวิธีการจะโหดร้าย ก็ไม่เคยทำร้ายผู้บริสุทธิ์
เย่เฉินเห็นว่าดีนไม่กล้าตอบกลับใดใด ยิ้มขึ้นมาทันที เอ่ยปากกล่าว: “แกกับฉันเจอกันครั้งแรก ฉันยังไม่ค่อยเข้าใจอดีตของแกเท่าไหร่นัก แต่ว่าไม่สำคัญ คนด้านนอกพวกนั้นจะต้องเข้าใจการกระทำทั้งหมดของแกเป็นอย่างดี ให้พวกเขามาบอกฉัน ว่าแกเคยทำเรื่องเลวทรามอะไรเอาไว้บ้าง!”
พูดจบ เย่เฉินหยิบปลายด้ามของแปรงขัดส้วม ออกแดงยกขึ้นข้างบน ทำให้ดีนที่นั่งคุกเข่าอยู่บนพื้นกระเด้งขึ้นมา
และสิ่งที่นำมาให้ดีน ก็คือความเจ็บปวดที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิมหลายเท่าในช่องปาก เขารู้สึกว่าภายในช่องปากของตนเอง ไม่มีผิวหนังดีที่ขนาดเท่าปลายเข็มอีกแม้แต่นิดเดียว ทั้งหมดเป็นแผลเปื่อยที่เนื้อเละปนเลือด เจ็บจนเข้ากระดูก
เย่เฉินยิ้ม ใช้มือข้างเดียวหิ้วดีนที่อยู่ด้านในประตูมาที่ตรงหน้าเขา กล่าวพร้อมรอยยิ้ม: “ดูท่านายอยากจะกลายเป็นคนที่สองมากเลยนะ”
คนผอมสูงคนนั้น ในเวลานี้ราวกับมองเห็นผีร้ายที่ถูกถลกหนัง หวาดกลัวเป็นอย่างยิ่ง อ้าปากค้าง แต่กลับพูดคำใดๆไม่ออก ถึงขนาดส่งเสียงใดๆไม่ออกเลย
เขาไม่กล้าจินตนาการเลยว่า ผู้ชายที่น่าเวทนาสะยิ่งกว่าตัวตลกตรงหน้าคนนี้ คาดไม่ถึงว่าจะเป็นลูกพี่ดีนที่ตนเองเคารพเลื่อมใสและติดสอยห้อยตามมานาน
ดีนมองเห็นเขา อยากจะเอ่ยปากร้องขอความช่วยเหลือโดยจิตใต้สำนึก แต่ปากกลับยังคงถูกแปรงขัดส้วมยัดเอาไว้แน่น เขาพยายามอ้าปาก เลือดกับสารคัดหลั่งในปากไหลท่วมท้นออกมาทันที ทำให้คนผอมสูงคนนั้นตกใจจนหนังหัวชา
คนอื่นรู้ว่าดีนนิสัยแย่มาก ในสถานการณ์แบบนี้ ถึงแม้ว่าจะชอบดูความสนุก แต่นอกจากคนผอมสูงแล้ว เหมือนกับว่าไม่มีใครกล้าเข้ามาดูใกล้ๆ ดังนั้นพวกเขายังไม่รู้ว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่
และคนผมสูงคนนั้นตกใจจนสติแตกไปแล้ว อยากจะถอยหลังโดยจิตใต้สำนึก แต่ทันทีที่ขาก้าวไปข้างหลังก้าวหนึ่ง เย่เฉินยกเท้าถีบเข้าไปที่ทรวงอกของเขาอย่างแรง
เสียงตูมดังขึ้นทีหนึ่ง เห็นเพียงชายผอมสูงคนนั้น ลอยกระเด็นออกมา เหมือนกับพาราโบลา จากประตูห้องน้ำ จากนั้นกระแทกเข้ากับกำแพงฝั่งตรงข้ามเสียงดังตูมทีหนึ่ง คนเหมือนกับแทบจะไม่ได้ส่งเสียงร้องสักแอะ ก็หมดสติไปเรียบร้อยแล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...