เดิมทีดีนคิดว่า ต่อไปเย่เฉินจะต้องไม่หยุดทรมานตนจนถึงแก่ความตาย แต่เขาคิดไม่ถึงว่า เย่เฉินยังจะให้โอกาสเขาได้มีความดีความชอบอย่างหนึ่ง
ดังนั้น เขาที่ชีวิตสิ้นหวัง เหมือนกับว่าเขาได้สัมผัสถึงแสงจาง ๆ ด้วยเหตุนี้
ในความตื่นเต้น เขาพยักหน้าซ้ำอย่างไม่ลังเล แสดงความกระตือรือร้นจากใจจริง: “คุณผู้ชายโปรดวางใจ ผมจะดูแลเอาใจใส่เขาเป็นอย่างดี จะต้องทำให้เขาพึงพอใจ!”
ในเวลานี้จอห์น ลอว์เรนซ์รู้สึกเพียงแค่เบื้องหน้ามืดมนไปทันที เกือบจะเป็นลมล้มพับไป เขาไม่กล้าจินตนาเลยว่า ถ้าหากตนเองตกไปอยู่ในมือดีน อีกฝ่ายจะทรมานตนเองอย่างไร เพื่อแลกกับการได้รับชมเชยจากเย่เฉิน
เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาก็คุกเข่าลงไปกล่าวอ้อนวอนอย่างขมขื่น: “คุณผู้ชาย ขอร้องท่านปล่อยผมไปสักครั้ง ผมอายุมากแล้ว ทนรับการทรมานไม่ไหวหรอก!”
เย่เฉินโบกมือ: “ไม่เป็นไร วางใจเถอะ รับรองไม่ตายแน่นอน”
พูดจบ เขามองไปทางดีนที่อยู่บนพื้นอีกครั้ง กล่าวอย่างจริงจัง: “นายฟังฉันให้ดี ไม่ว่านายจะทรมานยังไง จะต้องรับประกันความปลอดภัยทางชีวิตของคุณลอว์เรนซ์ เข้าใจไหม!”
ดีนกล้ามีความสงสัยแม้เพียงนิดที่ไหนกัน พยักหน้ากล่าวราวกับตำกระเทียม: “เข้าใจชัดเจนแล้วครับ เข้าใจชัดเจนแล้วครับ!”
พูดจบ รีบหันไปมองทางจอห์น ลอว์เรนซ์ที่น้ำตาอาบแก้ม เอ่ยปากกล่าว: “ลอว์เรนซ์ แกวางใจ ฉันจะอ่อนโยนให้มากๆแน่นอน”
เมื่อจอห์น ลอว์เรนซ์ได้ยินประโยคนี้ ไม่เพียงรู้สึกไม่รู้สึกถึงการปลอบโยนเลยแม้แต่นิดเดียว ในทางกลับกันยังตระหนักได้ว่าอนาคตของตนเองเต็มไปด้วยความดำมืด
เขามองไปทางเย่เฉิน เหมือนว่ายังอยากขอร้องเย่เฉินต่อ กล่าวสะอึกสะอื้น: “คุณผู้ชาย ผม......”
เย่เฉินยื่นมือออกไปขัดจังหวะการพูดของเขาทันที กล่าวข่มขู่เสียงเย็นชา: “นี่เป็นเงื่อนไขที่ดีที่สุดที่ฉันให้แกได้แล้ว ถ้าหากแกไม่ยอมรับละก็ ถ้าอย่างนั้นฉันจะเพิ่มเข้ามาอีกคนหนึ่งจากพื้นฐานเงื่อนไขของข้อนี้”
พูดจบ เขาชี้นิ้วไปที่ดีนที่อยู่บนพื้น กล่าวพร้อมรอยยิ้ม: “ฉันเชื่อว่า ภายในห้องขังแห่งนี้คนที่มีความชอบประเภทนั้นไม่น่าจะมีเขาเพียงคนเดียวใช่ไหม? พี่ชายที่หาขักคนนั้นก็มีความสนใจเรื่องในเรื่องประเภทนี้ด้วยไหม?”
จอห์น ลอว์เรนซ์คิดไม่ถึงว่าเย่เฉินไม่ให้โอกาสยกโทษให้ตนเองเลยแม้แต่น้อย ได้สติแตกไปแล้ว ร้องไห้โฮออกมา
และเย่เฉินกล่าวเตือนอย่างเหมือนจะยิ้มแต่ไม่ยิ้ม: “ร้องไห้? ร้องไห้ก็ต้องเพิ่มคนนะ!”
ทันทีที่จอห์น ลอว์เรนซ์ได้ยินประโยคนี้ แม้ว่าน้ำตาจะทะลักออกมาแล้ว จังหวะสะอื้น ราวกับรถแทรกเตอร์ที่สตาร์ทเครื่องแล้ว แต่ยังพยายามกลั้นเสียงสะอื้นเอาไว้ และกลั้นน้ำตาเอาไว้อย่างเต็มที่
เขารู้ว่า เงื่อนไขยอมจำนนข้อนี้ในตอนนี้ก็คือตัวเลือกที่ดีที่สุด การต่อต้านดื้อรั้นมีแต่จะทำให้เงื่อนไขการยอมจำนนของตนเองยิ่งเลวร้ายขึ้นกว่าเดิม นี่ก็เหมือนกับญี่ปุ่นปี1945 ถ้าหากยอมจำนนอย่างว่าง่าย อย่างน้อยก็ไม่ถึงกับต้องโดนระเบิดปรมาณูถึงสองลูก
เย่เฉินเห็นว่าเข้าไม่กล้าหืออืออีก ก็ไม่ได้สนใจเขาต่อ แต่กระแอม กล่าวเสียงเย็นชา: “ตอนนี้จะประกาศเรื่องหนึ่งกับพวกแก นับตั้งแต่ตอนนี้เป็นต้นไปเรื่องของที่นี่ฉันเป็นคนตัดสิน ทุกคนจะต้องเชื่อฟังคำสั่งของฉันตลอด24ชั่วโมง ห้ามต่อต้านขัดคำสั่ง ยิ่งฝ่าฝืนไม่ได้ ไม่อย่างนั้นละก็ ฉันไม่กล้ารับประกันจุดจบของพวกแกว่าจะดีพวกมันในวันนี้”
บทเรียนจากจอห์น ลอว์เรนซ์เมื่อครู่นี้ ทุกคนจะมีใครที่ไหนกล้าพูดออกมาสักคำ ต่างพากันพยักหน้าเร็วยิ่งกว่าปั๊มแจ็คบ่อน้ำมันยี่สิบเท่า
เย่เฉินเห็นว่าคนพวกนี้มีความเคารพยำเกรงอย่างเห็นได้ชัด ก็มีความพึงพอใจขึ้นไม่น้อย ทันทีหลังจากนั้นก็กระแอม กล่าวเสียงเย็นชา: “ทุกคนฟังคำสั่งฉัน แถวตรง!”
คนนั้นร้องด้วยความเจ็บปวดเป็นอย่างยิ่ง เย่เฉินกลับกล่าวกับเขาด้วยใบหน้าเย็นชา: “จำเอาไว้ นี่ก็คือข้างขวา! ฉันเชื่อว่าแกจะไม่มีทางแยกซ้ายขวาได้ไม่ชัดเจนไปตลอดชีวิต”
ทุกคนตกใจจนหนังหัวชาวาบ ในตอนนี้ได้ยินเย่เฉินตะโกนเสียงดัง: “ซ้ายหัน!”
ทุกคนรีบหันกลับมา กลัวว่าจะทำผิด เจ้าหนุ่มที่ถูกหักข้อมือขวาเมื่อครู่นี้ ครั้งนี้สามารถแยกซ้ายขวาได้ชัดเจนแล้ว ไม่ทำผิดอีก
เย่เฉินพยักหน้าอย่างพึงพอใจ ชี้ไปยังผู้ชายที่อยู่ด้านซ้ายสุดคนหนึ่ง เอ่ยปากกล่าว: “มา นับตั้งแต่แกเป็นต้นไป แนะนำตัวหน่อยแกชื่ออะไร มาจากที่ไหน ทำความผิดอะไรมา เข้ามาที่นี่นานขนาดไหนแล้ว ยังเหลือเวลาจำคุกอีกนานเท่าไหร่”
คนนั้นรีบกล่าว: “คุณผู้ชาย......ผม......ผมชื่อหร่วนหมิง ชาวเวียดนาม เข้ามาที่นี่หนึ่งปีเพราะปล้น ยังเหลือเวลาจำคุกอีกหกปี......”
เย่เฉินพยักหน้า: “ดี คนต่อไป!”
“คุณผู้ชาย......ผมชื่อแฮงค์ ชาวอเมริกัน เข้ามาที่นี่ได้ครึ่งปีเนื่องจากต้มตุ๋น ยังเหลือเวลาจำคุกอีกสามปี......”
ทุกคนเริ่มแนะนำตัวเองทีละคน
ในไม่ช้า ก็วนมาถึงผู้ชายผิวสีน้ำตาลคนนั้นแนะนำตัวเอง เขากล่าวด้วยใบหน้ากระตือรือร้น: “สวัสดีครับคุณผู้ชายผมชื่อฮาจี เป็นชาวอินเดียนอเมริกัน เข้ามาที่นี่ได้สองปีครึ่งเพราะข่มขืน ยังเหลือเวลาจำคุกอีกสิบสองปีครึ่ง......”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...