เมื่อคิดถึงตรงนี้ เขาทำได้แค่เพียงกล่าวทั้งน้ำตา: “เมื่อครู่นี้ผมแค่พูดเล่นกับคุณ ผมไม่เปลี่ยน ตีให้ตายยังไงก็ไม่เปลี่ยน......”
ผู้คุมตบบ่าของเขา จากนั้นเอ่ยปากกล่าวกับทุกคน: “ทุกคน ออกจากห้องขังมุ่งหน้าไปโรงอาหาร”
ภายใต้เสียงออดที่ดังทีหนึ่ง ทุกคนก็เข้าแถวเดินออกจากห้องขัง เดินมุ่งหน้าไปยังโรงอาหารพร้อมกันกับนักโทษของห้องขังอื่น
ตลอดทาง เย่เฉินจับตาดูนักโทษที่อยู่ข้างกายตลอด หวังว่าจะได้เห็นปีเตอร์ โจวที่นี่ แต่กลับไม่พบแม้แต่เงาของปีเตอร์ โจว ตลอดเส้นทางเขาเจอนักโทษที่มุ่งหน้าไปยังโรงอาหารเช่นเดียวกันจำนวนไม่น้อย สีผิวของพวกเขาแตกต่างกัน ความแตกต่างของอายุก็ค่อนข้างมาก แต่สามารถมองออกว่า ที่เรือนจำบรูคลิน สมาชิกแก๊งที่เต็มไปด้วยรอยสักและร่างกายกำยำครองสัดส่วนไปประมาณครึ่งหนึ่ง
และเย่เฉินยังพบอีกว่า บนใบหน้าและร่างกายของนักโทษส่วนมากเต็มไปด้วยแผล บางคนพันผ้าพันแผลและถือไม้ค้ำยัน แค่มองก็รู้ว่าเกิดจากการถูกทำร้าย ไม่น่าแปลกใจเลยที่ผู้คุมมองเห็นหลายคนในห้องขังของตนได้รับบาดเจ็บแต่ไม่สนใจเลยแม้แต่น้อย
โรงอาหารของเรือนจำบรูคลินพื้นที่ค่อนข้างใหญ่ สามารถรองรับนักโทษหนึ่งถึงสองพันคนมารับประทานอาหารพร้อมกัน
หลังจากที่ผู้คุมนำตัวทุกคนเข้ามาในโรงอาหาร ก็รีบถอยออกไปด้านนอกประตูเหล็ก จากนั้นให้นักโทษของเรือนจำดูแลกันเอง
คนที่รับประทานอาหารคือนักโทษ คนที่รับผิดชอบตักอาหารให้นักโทษ ก็คือนักโทษ
ตอนที่เข้าแถวรับอาหาร ดีนบอกกับเย่เฉินกล่าว: “คุณผู้ชาย กินข้าวที่นี่ ห้ามนั่งตามอำเภอใจ แทบจะทุกพื้นที่มีผู้ใช้งานประจำ ตำแหน่งทิศใต้ชิดกำแพงเกือบทั้งหมดเป็นของลูกพี่ทั้งสองเขตแดน รวมทั้งลูกน้องข้างกายของพวกเขา แบบพวกเรานั่งได้แค่ทิศเหนือติดหน้าต่าง ถึงแม้ว่าตรงนั้นจะไม่โดนแดด แต่วิวยังนับว่าไม่เลว”
เย่เฉินถามเขา: “นายอยู่ที่เรือนจำบรูคลินมีลูกพี่ไหม?”
ดีนส่ายหน้าไปมา กล่าวตอบ: “ลูกพี่ของแดนหนึ่งคือกุสตาโว่ ซานเชซ เขาไม่สนใจนักเลงตัวเล็กๆแบบพวกเราหรอก แล้วก็ไม่อนุญาตให้พวกเราใกล้ชิดกับลูกพี่แดนสองมากเกินไป ดังนั้นพวกเราไม่กล้าติดตามลูกพี่คนอื่น ไม่อย่างนั้นละก็ ผมจะไปคลุกคลีกับลูกพี่แดนสอง ถึงอย่างไรเขาก็มาจากแก๊งของนครนิวยอร์ก เป็นผู้อาวุโสของพวกเรา”
และครั้งนี้ที่เย่เฉินมาเรือนจำบรูคลิน ก็ไม่ใช่มาเพื่อกำจัดความชั่วส่งเสริมความดี เขาเพียงแค่อยากจะตามหาโจวเหลียงเวิ่นของจี๋ชิ่งถังคนนั้นให้เจอ ก็คือปีเตอร์ โจวบนรูปเก่าของบิดาท่านนั้น ดังนั้นใครคือลูกพี่ของเรือนจำ เขากลับไม่ได้สนใจ
ดังนั้น เขาจึงถามดีน: “ลูคัสผู้รอบรู้มาหรือยัง?”
ดีนมองหาไปทั่วทุกที่อยู่นาน ชี้ไปชายหนุ่มตัวผอมท่ามกลางฝูงชนที่อยู่ไม่ไกลกล่าว: “คนนั้นก็คือลูคัส”
ลูคัสในเวลานี้ เพิ่งจะเดินเข้ามาในโรงอาหาร พลางเข้าแถวรับอาหารที่ด้านหลังเย่เฉิน พลางกระซิบกระซาบกับนักโทษคนอื่น
เย่เฉินจดจำลักษณะของลูคัสเอาไว้แล้ว เตรียมที่จะหาโอกาสไปคุยกับเขาสักสองสามประโยค

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...