ตอนที่ลูกน้องของโจเซฟ ค่อยๆล้อมกุสตาโว่และลูกน้องของเขาเอาไว้ในวงล้อม ชาวเม็กซิกันพวกนี้ที่อยู่ข้างกายของกุสตาโว่ก็ได้ล้อมเอาไว้เป็นวงกลมแล้ว
สีหน้าของกุสตาโว่ยังคงหยิ่งผยอง แม้กระทั่งในความหยิ่งผยอง ยังแฝงไปด้วยความโกรธแค้น
เขาคิดว่า ตนเองก็คือมาตรฐานของ เสือร่วงสู่พื้นที่ราบโดนสุนัขแกล้ง
ตอนที่ตนเองอยู่ข้างนอกมีกำลังคนมากมาย บนถนนหากมีคนมองตนมากเกินไป ตนก็จะควักปืนออกมา ระเบิดหัวเขาอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย
ผลปรากฏว่าตอนนี้ ตนอยู่ในเรือนจำของชาวอเมริกัน กลับถูกชาวกล้ามโตไร้สมองกลุ่มหนึ่งบังคับให้ถูกทำร้ายแบบนี้
เมื่อเห็นว่าฝ่ายตนกำลังน้อยกว่า กุสตาโว่อดไม่ได้ที่จะเอ่ยปากตะโกนกล่าว: “โจเซฟ แกทำแบบนี้หมายความว่ายังไง?”
โจเซฟในเวลานี้แยกกับลูกน้องของตนเองแล้ว เดินมาถึงที่ด้านนอกของวงล้อม จ้องมองกุสตาโว่ ทั้งชี้นิ้วไปที่กลุ่มลูกน้องของตนเอง กล่าวอย่างจริงจังเป็นอย่างยิ่ง: “กุสตาโว่ นายอยู่ที่เรือนจำบรูคลินทำตัวโอ้อวดเกินไปจริงๆ พวกลูกน้องของฉันไม่ได้กินสเต๊กจริงๆมาสิบกว่าปีแล้ว แต่นายอยู่ในนี้กลับได้เสพสุขกับอาหารรสเลิศระดับสุดยอดทุกวัน!”
“อีกอย่าง ครึ่งหนึ่งในหมู่ลูกน้องของฉันไม่รู้ว่าคาเวียร์มีรสชาติยังไงแล้ว แต่ฉันเห็นกับตาตัวเองว่าแกนำคาเวียร์ตลับละหมื่นดอลลาร์ ยัดเข้าไปในแฮมเบอร์เกอร์ทั้งหมดแล้วกินลงไป”
“กฎของที่นี่?”กุสตาโว่กล่าวถามอย่างเหยียดหยาม: “แกบอกฉันมาว่ากฎของที่นี่คืออะไร?”
ลูกน้องคนนั้นด่าทอด้วยความโมโห: “แม่งเอ๊ย กฎของที่นี่ก็คือ ถ้าหากคนอื่นไม่ได้กินสเต๊ก ไม่ได้ดื่มไวน์ ถ้าอย่างนั้นแกก็ไม่ได้เช่นกัน! ต่อให้มีเงินมากกว่านี้ก็ไม่ได้!”
“ถูกต้อง!”ลูกน้องกลุ่มหนึ่งของโจเซฟ กล่าวสมทบขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียงกันทันที กล่าวเสียงดัง: “แกจะมีสิทธิพิเศษในเรือนจำบรูคลินไม่ได้!”
อันตรายอยู่ตรงหน้าแต่กุสตาโว่กลับไม่รู้ตัว ยังคงคิดว่าเป้าหมายของคนพวกนี้อยู่ที่ลูกน้องของตนแต่ไม่ใช่ตนเอง เขาที่หยิ่งยโสมาทั้งชีวิต ในเวลานี้กล่าวด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความเหยียดหยาม: “ไอ้พวกอเมริกันที่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง! พวกแกอาจจะมีความเข้าใจต่ออิทธิพลของฉันไม่มากพอ ฉันเสพสุขกับสิทธิพิเศษของที่นี่มากกว่าที่พวกแกเห็นมาก! ตอนที่ใช้หนังหัวทำเรื่องอย่างว่า ฉันกำลังเพลิดเพลินอยู่กับการลองลิ้มชิมรสสาวสวยที่ลูกน้องของฉันคัดสรรมาเป็นอย่างดีจากทั่วทั้งสหรัฐอเมริกา สาวสวยพวกนี้ บางคนบินมาจากพื้นที่ที่ไกลออกไปหลายพันกิโลเมตร เพียงเพื่อให้ฉันใช้เวลาเอาแค่สามชั่วโมงเท่านั้น จากนั้นเอาเงินหลายหมื่นดอลลาร์แล้วก็ไสหัวไป กระทั่งฉันสามารถให้ลูกน้องของฉัน พาตัวภรรยาคนไหนสักคนของพวกแกมาที่นี่ ให้เธอคุกเข่าต่อหน้าฉันแล้วให้บริการฉัน นี่คือสิ่งที่ชั่วชีวิตนี้ของพวกแก ไม่มีทางได้เสพสุข!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...