โจเซฟกล่าวพร้อมรอยยิ้ม: “เป็นไปได้ยังไงกันละกุสตาโว่ ที่บอกเรื่องพวกนี้กับนาย เป็นเพราะวันนี้แกต้องตาย ฉันตัดสินใจเด็ดขาดแล้ว และอีกอย่างไม่มีทางให้โอกาสแกได้ปลุกปั่น หรือซื้อตัวฉัน สติสัมปชัญญะของฉันบอกฉันว่า ถ้าหากวันนี้ฉันไม่จัดการแก วันพรุ่งนี้ลูกชายของแกก็จะจัดการฉัน และสติสัมปชัญญะของฉันยังบอกฉันอีกว่า ต่อให้แกสามารถออกไปจากเรือนจำบรูคลินและสามารถออกจากสหรัฐอเมริกาไปได้ ลูกชายของแกก็จะต้องไม่มีทางให้แกมีชีวิตรอดกลับไปถึงเม็กซิโกแน่นอน ฉะนั้นไม่ว่ายังไงก็ตามแกต้องตาย”
ในเวลานี้ ภายในใจของกุสตาโว่เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง
เขารู้ว่า โจเซฟพูดกับตนมากมายขนาดนี้ย่อมไม่มีทางปล่อยตนไว้แน่ เท่ากับว่าเขากำลังตัดทางหนีไล่ของตนเอง
และบทสนทนาของสองคนนี้ ก็ไม่เข้าหูของเย่เฉินโดยที่ไม่ตกหล่นเลยสักคำ
ลูคัสไม่ได้มีการได้ยินที่ดีขนาดนี้ เขาทำได้แค่เพียงมองดูกำแพงคนหลายชั้นตรงนั้น กล่าวด้วยความประหลาดใจอย่างอดไม่ได้: “ทำไมรู้สึกเหมือนว่าเรื่องราวไม่ค่อยปกติเท่าไหร่ ถ้าพวกเขาอยากจะแค่ลงมือสั่งสอนลูกน้องของกุสตาโว่ ถ้าอย่างนั้นก็น่าจะจบได้แล้วซิ หรือว่าเรื่องนี้จะมีเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดอะไรใหม่?”
จากนั้นเย่เฉินลุกขึ้นยืน กล่าวพร้อมรอยยิ้ม: “มัวนั่งเดาอยู่ตรงนี้ ไม่สู้เข้าไปดูเลยหรอก?”
“ฉิบหาย......”ลูคัสตกอกตกใจ รีบจะขวางเย่เฉินเอาไว้ กล่าว: “สหายนายอย่าไปร่วมประสมโรงเรื่องนี้เลย คนสองพวกนี้ไม่ใช่คนดีอะไร พวกเราไปยั่วแหย่พวกเขาไม่ได้หรอก!”
เย่เฉินกล่าวพร้อมรอยยิ้ม: “ฉันไม่ได้ไปดูความสนุกสักหน่อย ฉันจะไปเป็นทูตสันติภาพ นายนั่งอยู่ที่นี่สักเดี๋ยว ฉันไปแป๊บเดียวเดี๋ยวมา”
ลูคัสเห็นว่าเย่เฉินหันหลังกลับก็เดินมุ่งหน้าไปที่ฝูงชน รีบกล่าวเสียงเบาด้วยความตกใจ: “สหาย ฉันไม่ได้เร่งด่วนอะไรนะ เป็นทูตสันติภาพอะไร เวลาแบบนี้ใครเสนอหน้าคนนั้นซวย รีบกลับมา!”
เย่เฉินยิ้มให้เขาเล็กน้อยทันที โบกมือแล้วสาวเท้ายาวเดินออกไป
โจเซฟในเวลานี้ได้หมดความอดทนที่จะเจรจากับเขาต่อไปแล้ว จึงส่งสัญญาณมือกับลูกน้อง กล่าวเย็นชา: “จัดการเขา!”
ทันทีที่สิ้นเสียงพูด ลูกน้องที่ถือของมีคมหลายคน พุ่งเข้ามาโอบล้อมกุสตาโว่ทันที
กุสตาโว่มองเห็นแสงเย็นยะเยือกของปลายมีดนั้น ไม่กล้าจินตนาการว่าวันนี้ตนจะตายอย่างน่าอนาถมากแค่ไหน
เวลานี้ ลูกน้องสองสามคนนั้นใบหน้าเผยให้เห็นความดุร้าย กวัดแกว่งมีดสั้นภายในมือ ก็พุ่งตรงเข้าไปกำลังจะแทงที่หัวใจและท้ายทอยของกุสตาโว่
ตอนช่วงเวลาสำคัญ ด้านนอกฝูงชนก็มีเสียงหนึ่งดังลอยมา กล่าวเสียงดัง: “พวกแกทุกคน ไว้หน้าฉันสักครั้ง! หยุดการกระทำทั้งหมด”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...