ด้านนอกฝูงชนมีเสียงตะโกนดังขึ้นกะทันหัน ทำให้ทุกคนหันหน้ากลับไปมองโดยจิตใต้สำนึก
ไม่ว่าจะเป็นโจเซฟ หรือว่ากุสตาโว่ ต่างก็คิดไม่ถึงว่าในเวลานี้ยังมีคนยื่นมือเข้ามาแทรก
ในขณะที่กำลังสงสัย เย่เฉินก็ได้แยกทุกคนที่อยู่บริเวณรอบๆ สาวเท้าเดินเข้าไปตรงหน้าของกุสตาโว่กับโจเซฟ
ลูกน้องที่ถูกพลักออกพวกนั้นก็ไม่เข้าใจ ทำไมตนเองถึงได้ถูกเจ้าหนุ่มผอมสูงคนนี้พลักออกไปสองข้าง ยังไม่ทันได้ตอบโต้ คนก็เดินผ่านข้างตัวของตนไปแล้ว
โจเซฟเห็นเย่เฉินที่มีใบหน้าแบบชาวตะวันออกที่ไม่คุ้นหน้า ชี้ไปที่เย่เฉินกล่าวถามด้วยความโมโหทันที: “แกเป็นใครวะ? รนหาที่ตายใช่ไหม?”
พูดไป เขาไม่ยอมที่จะเสียเวลากับเย่เฉิน รีบกล่าวตำหนิลูกน้องข้างกายสองคนทันที: “นำตัวเจ้าหนุ่มนี้ลากออกไปให้พ้นฉันแล้วตีมันให้ตาย!”
ทันทีที่ทั้งสองได้ยินประโยคนี้ กำหมัดแน่นและเข้าประชิดตัวเย่เฉินทันที
ในมุมมองของเขา เย่เฉินรูปร่างผอมสูง ทันทีที่มองก็คือคนที่ไม่เคยออกกำลังกาย แต่พวกเขาสองคนล้วนเป็นชายกล้ามโตที่กล้ามใหญ่กว่าปากถ้วย การสั่งสอนเย่เฉินเรียกได้ว่าง่ายราวกับพลิกฝ่ามือ
ทั้งสองคนมาถึงตรงหน้าของเย่เฉินด้วยความรวดเร็ว ยื่นมือออกมาคนละข้าง เตรียมจับตัวเย่เฉินแล้วลากออกไป แต่คิดไม่ถึงว่า อยู่ๆเย่เฉินจะขัดขืน ลงมืออย่างรุนแรงรวดเร็ว คว้าแขนของทั้งสองคนที่ยื่นออกมาเอาไว้แน่น
สีหน้าของทั้งสองคนตะลึง ใครก็มองไม่เห็นว่าเย่เฉินลงมือยังไง แต่มือของตนเองถูกเย่เฉินจับเอาไว้แล้วจริงๆ
ในตอนที่ทั้งสองคนประหลาดใจเป็นอย่างยิ่ง มือทั้งสองข้างเย่เฉินบิดเข้าหาด้านในทันที นำแขนของทั้งสองคนบิดจนเปลี่ยนรูปทันที มีเสียงดังเป๊าะราวกับประทัดลอยมาทันที ทั้งสองคนหมุนอยู่ที่เดิมครึ่งรอบ เนื่องจากแรงบิดแขนอันมหาศาล หัวกระแทกเข้าด้วยกัน หัวแตกเลือดไหลทันที
ในเวลานี้สิ่งที่น่าเวทนาที่สุดก็คือแขนของพวกเขา ไม่รู้ว่าหักกลายเป็นกี่ท่อนแล้ว
จากนั้นคนทั้งสองนั่งบนพื้นร้องโอดครวญเป็นอย่างยิ่ง ทุกคนได้ถูกเย่เฉินทำให้ตกใจไปเรียบร้อยแล้ว
พวกเขาไม่สามารถจินตนาการได้เลยสักนิดว่า เย่เฉินสามารถยกชายกล้ามโตที่น้ำหนักตัวหนึ่งร้อยกิโลกรัมให้หมุนขึ้นไปกลางอากาศได้อย่างง่ายดายได้ยัง พลังแบบนี้ ต่อให้เป็นชายหนุ่มที่กำยำที่สุดในอเมริกาก็ไม่แน่ว่าจะทำได้!
โจเซฟเองก็ตะลึงงันไปแล้ว
เขาคิดไม่ถึงว่า ลูกน้องที่แข็งแกร่งที่สุดข้างกายของตนสองคน จะกลายเป็นคนพิการภายในพริบตา เขาอยู่ในแก๊งมานานหลายปี เคยเห็นการบาดเจ็บมากมายหลายรูปแบบ ลูกน้องสองคนนี้ของตนถูกบิดแขนหักได้หมุนไม่ใช่แค่เพียงรอบเดียว ความน่าเวทนาระดับนี้ ต่อให้พยายามรักษาอย่างสุดกำลัง ฟื้นตัวดีแล้ว ในอนาคตเกรงว่าจะถือไม่ได้แม้แต่โทรศัพท์มือถือเครื่องหนึ่ง โดยสรุปแล้วก็เท่ากับว่าไม่มีแขนหนึ่งข้าง พละกำลังแบบนี้เรียกได้ว่าแข็งแกร่งถึงระดับปาฏิหาริย์
โจเซฟที่มีความประหม่าเล็กน้อยถามเย่เฉินโดยจิตใต้สำนึก: “แท้ที่จริงแล้วแกเป็นใคร? คิดอยากจะทำอะไรกันแน่? ต่อให้แกจะสู้ได้มากกว่านี้ ก็ไม่แน่ว่าจะสู้คนสามถึงห้าสิบคนได้หรอกใช่ไหม?”
ในเวลานี้ โจเซฟเป็นฝ่ายก้าวไปข้างด้วยความตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง มือทั้งสองข้างจับมือข้างขวาของเย่เฉินเอาไว้ กล่าวด้วยความตื่นเต้นดีใจ: “คุณอาเย่! คุณมาที่ในนี้ได้ยังไง?”
ทุกคนบริเวณรอบๆตกใจจนอ้าปากค้าง กุสตาโว่ตะลึงงันไปแล้ว
แต่เย่เฉินกลับกล่าวด้วยใบหน้าที่สบายๆ: “เรือนจำแห่งนี้ไม่ใช่เป็นของตระกูลแกเปิดซะหน่อย แกมาได้ ฉันมาไม่ได้งั้นเหรอ? แกทำความผิดได้ จะให้คุณอาเย่ของแกทำผิดบ้างไม่ได้เลย?”
โจเซฟในเวลานี้กล่าวด้วยความนอบน้อมเป็นอย่างยิ่ง: “ใช่ใช่ใช่ คุณอาเย่คุณพูดถูกต้อง!”
เย่เฉินมองค้อนเขาทีหนึ่ง จากนั้นชี้ไปที่กุสตาโว่ เอ่ยปากกล่าว: “วันนี้นายไว้หน้าอาสักครั้ง คนนี้นายก็อย่าแตะต้องเขาเลย”
โจเซฟไม่ได้ลังเลเลยแม้แต่น้อย กล่าวโดยไม่ต้องคิด: “ได้! ในเมื่อคุณอาเย่คุณพูดแล้ว ถ้าอย่างนั้นผมก็จะไม่แตะต้องเขาอีกแน่นอน”
พูดจบ เขามองไปทางกุสตาโว่ กล่าวด้วยสีหน้าที่จริงจัง: “กุสตาโว่ วันนี้แกดวงดีจริงๆ ถ้าหากไม่ได้คุณอาเย่ของฉันออกมาช่วยแกพูด ฉันจะให้บรรดาพวกพ้องของฉันอัดแกให้น่วมเลย!”
กุสตาโว่เองกฌไม่เข้าใจว่าแท้ที่จริงแล้วเกิดเรื่องอะไรขึ้นกันแน่ แต่เมื่อได้ยินคำพูดของโจเซฟ ในใจของเขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกมีความสุขที่สามารถรอดชีวิตจากภัยพิบัติครั้งนี้มาได้ เมื่อนึกย้อนไปถึงเกือบจะถูกลูกชายแอบกำจัดทิ้ง น้ำตาก็ไหลออกมาจากเบ้าตาอย่างควบคุมไม่ได้

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...