มาร์คปาดเหงื่อ กล่าวกำชับ: “เจ็บกว่านี้นายก็ต้องทน ฉันจะต้องตรวจนายให้เสร็จก่อน”
บรูซ ไวน์สไตน์พยักหน้าอย่างสิ้นหวัง พยายามระงับความวู่วามที่จะผลักหน้าต่างแล้วกระโดดลงไป ให้มาร์คช่วยตรวจให้ตนสองสามรายการ
หลังจากตรวจสอบหลายรอบ มาร์คพูดด้วยความสงสัย: “ไม่มีลิ่มเลือด ไม่มีสถานการณ์อะไรเป็นพิเศษ นี่ก็จะน่าแปลกไปแล้ว”
พูดไป เขามองไปทางบรูซ ไวน์สไตน์ กล่าวอย่างจริงจัง: “ดูจากตอนนี้ ไม่สามารถตรวจสอบหาสาเหตุของโรคออกมาได้ในตอนนี้ แต่ว่าสถานการณ์ของนายในตอนนี้ค่อนข้างพิเศษมากจริงๆ การเพิ่มขึ้นของเลือดที่ไม่สามารถควบคุมได้ระดับสูงมากแบบนี้ เนื้อเยื่อของนายได้มีภาวะขาดออกฃิเจนแล้ว ถ้าหากไม่รีบนำมันตัดทิ้งละก็ อาจจะทำให้เกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือด จะอันตรายถึงแก่ชีวิต......”
บรูซ ไวน์สไตน์กล่าวด่าทอด้วยความโมโห: “มาร์ค ฉันให้นายคิดหาหนทางรักษามัน คิดหาหนทางทำให้ทันกลับมาเป็นปกติ ไม่ใช่มาถึงก็จะต้ดมันทิ้ง! หรือว่าโรงพยาบาลของพวกนายจะไม่เคยเจอกับสถานการณ์แบบนี้?”
มาร์คกล่าวอย่างจริงจัง: “บรูซ นายต้องเชื่อฉันจากประสบการณ์การรักษาของฉัน ถ้าหากเป็นเพียงการเพิ่มขึ้นของเลือดในระยะยาวธรรมดา พวกเรามีหนทางการรักษามากมาย แต่สถานการณ์ของนายไม่เหมือนกัน สีแบบนี้ทันทีที่มองก็คือเนื้อเยื่อตายแล้ว เนื้อเยื่อที่ตายแล้วไม่สามารถช่วยเอากลับคืนมาได้ ถ้าไม่อย่างนั้นละก็คงไม่มีผู้พิการมากมายขนาดนั้นหรอก”
พูดไป มาร์คกล่าวอีก: “แพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่จริงแล้วสามารถตัดสินคุณภาพของเนื้อเยื่อได้ในทันที รวมทั้งการรักษาโดยการตัดอวัยวะทิ้งเป็นการวิธีการที่จำเป็นหรือไม่ ผู้ป่วยจำนวนมากเนื่องจากไม่ยอมรับความจริงที่จะจำเป็นต้องตัดอวัยวะทิ้ง ดังนั้นตอนแรกเริ่มที่พวกเราเสนอให้ตัดอวัยวะทิ้ง ปกติพวกเขาจะไม่เชื่อ คนจำนวนมากถึงขนาดลากแขนขาที่พิการ ท่องโรงพยาบาลใหญ่ไปทั่วทุกแห่ง พยายามค้นหาปาฏิหาริย์ แต่ภายใต้สถานการณ์แบบนี้ คนไข้แทบจะเก้าสิบเปอร์เซ็นต์ที่ยืนกรานจนถึงนาทีสุดท้าย ล้วนทำได้แค่เพียงยอมให้ตัดแขนขา”
บรูซ ไวน์สไตน์รีบถามทันที: “แล้วอีก10%ที่เหลือละ? ได้พบกับปาฏิหาริย์ทางการแพทย์ไหม?”
“ปาฏิหาริย์ทางการแพทย์?”มาร์คส่ายหน้า: “ส่วนที่เหลืออีก 10% นั้นไม่ยินยอมตัดอวัยวะทิ้ง สุดท้ายก็ตายจริง”
บรูซ ไวน์สไตน์กล่าวถามด้วยความสิ้นหวังเป็นอย่างยิ่ง: “ฉันไม่อยาก......ฉันรับไม่ได้......ต่อให้นายตัดขาฉันข้างหนึ่ง ก็ดีกว่าตัดมันทิ้ง!”
มาร์คกล่าวอย่างจนปัญญา: “สถานการณ์ในตอนนี้ ฉันไม่มีหนทางที่ดีอื่นแล้วจริงๆ ถ้าไม่อย่างนั้นฉันติดต่อผู้เชี่ยวชาญในด้านที่เกี่ยวข้อง?”
พูดไป มาร์คกล่าวเตือนอีกว่า: “แต่ฉันอยากจะเตือนนายเอาไว้ให้ชัดเจนล่วงหน้า เวลาแบบนี้ ผู้เชี่ยวชาญส่วนใหญ่เลิกงานกลับบ้านไปหมดแล้ว ต่อให้ฉันสามารถหาคนที่ยินยอมช่วยรักษานาย ความเร็วที่เขารีบมาที่นี่ก็คงไม่เร็วมาก ดังนั้นนายจะยอมให้ฉันถ่ายวิดีโอสักช่วงไหม? ให้พวกเขาช่วยตรวจวิเคราะห์นายจากวิดีโอ”
บรูซ ไวน์สไตน์ที่สติแตกอย่างสุดขีดให้ตายยังไงเขาก็ไม่ยอมตัดอวัยวะทิ้ง มาร์คเองก็ไม่สามารถทำอะไรได้เช่นกัน ทำได้เพียงแค่กล่าวกับเขา: “โดยทั่วไปแล้วเนื้อตายไม่ใช่ว่าสามารถเกิดขึ้นได้ทันที โดยปกติแล้วยังมีเวลาให้ครุ่นคิดอีกประมาณ24ชม. เมื่อตอนที่เนื้อเยื่อเริ่มเน่าเปื่อย นายก็จะต้องทำการตัดสินใจออกมาได้แล้ว แต่ว่าฉันสามารถบอกนายอย่างมีความรับผิดชอบ ช่วยไม่ได้แล้วจริงๆ”
พูดไป เขากล่าวอย่างทอดถอนใจที่ออกมาจากใจจริงๆ: “เมื่อก่อนฉันมักจะคิดว่าผู้ชายต้องแข็ง แต่ดูจากวันนี้แล้ว แข็งกลับไม่ใช่เรื่องดี......”
ทันใดนั้นในหัวสมองของบรูซ ไวน์สไตน์ก็นึกถึงคำพูดประโยคนั้นของเย่เฉินที่พูดกับตนเอง
เขาเองก็เคยพูดเช่นกันว่า ผู้ชายไม่แข็งนั้นน่ากลัวมาก แต่ว่าถ้าแข็งเกินไปน่ากลัวยิ่งกว่า
เวลานี้ บรูซ ไวน์สไตน์ดวงตาเปล่งประกายทันที ราวกับคว้าพึ่งสุดท้ายเอาไว้ได้ กล่าวเสียงเบาตามปกติ: “ที่คนสกุลเย่คนนั้นพูดเป็นความจริง หรือว่าเขามีหนทางรักษา?!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...