ในตอนที่กุสตาโว่ใช้ความน่าเกรงขามที่มีของเจ้าพ่อค้ายา เพื่อให้ได้มาซึ่งเตียงนอนที่อยู่ข้างๆเย่เฉินและแทบทนรอไม่ไหวที่อยากจะขยับเข้าใกล้เย่เฉินนั้น โทรศัพท์ในกระเป๋าของเขาก็ส่งเสียงดังขึ้นมา
เขารีบหยิบโทรศัพท์มือถือออกมา แล้วก้มมองดู คนที่โทรมาคือพัศดีบรูซ ไวน์สไตน์
กุสตาโว่รู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย
ความคิดแรกของเขาคือ“ให้ตายเถอะ ไอ้ลูกกะจ๊อกอย่างบรูซ ไวน์สไตน์ มันกล้าต่อสายตรงมาแบบนี้เลยเหรอ?นี่คิดว่าตัวมันเองใหญ่มาจากไหนกัน?”
และไม่รู้ว่ามันเริ่มตั้งแต่ปีไหน ที่กุสตาโว่จะรู้สึกต่อต้านการรับโทรศัพท์อย่างเห็นได้ชัดแบบนี้
ยิ่งนานวันเข้าเขาก็ยิ่งไม่ชอบความรู้สึกของการที่ต้องกดรับสาย มักคิดว่าที่คนอื่นโทรมานั้น จะทำให้ตัวเองต้องอารมณ์เสีย เขาชอบให้ลูกน้องมารายงานกับตัวเขาเองต่อหน้าอย่างนบนอบมากกว่า หรือไม่ก็ส่งข้อความมาหาตัวเองด้วยถ้อยคำที่เคารพนับถือ
แน่นอนว่า เมื่อเป็นเรื่องของการออกคำสั่ง เขาก็ชอบที่จะโทรศัพท์คุย เพราะเขาชอบความรู้สึกที่ได้ระบายมันออกไปตรงๆ
ทุกคนรอบตัวของกุสตาโว่ ต่างก็รู้ว่าเขาไม่ชอบรับโทรศัพท์ ดังนั้นในสถานการณ์ทั่วไป มีเรื่องอะไรก็ต้องกดส่งข้อความก่อน และต้องขึ้นต้นด้วยคำที่สุภาพว่าคุณซานเชซ อย่างบรูซ ไวน์สไตน์แบบนี้ ต่อสายตรงมาเช่นนี้ เขาไม่เคยได้พบเจอมานานหลายปีแล้ว
หากเป็นก่อนหน้าของวันนี้ กุสตาโว่ได้รับสายของเขา จะต้องตัดสายทิ้งในทันที แต่เรื่องในวันนี้ที่เกือบถูกโจเซฟฆ่าตาย ทำให้ภายในใจของเขารู้สึกหวาดกลัวสิ่งรอบตัวและสิ่งที่ไม่รู้จัก ดังนั้นเมื่อขบคิดได้ ก็จึงกดรับสาย
ทว่า น้ำเสียงของกุสตาโว่นั้นก็มีความไม่พอใจอย่างเห็นได้ชัด เอ่ยถามว่า“บรูซ ผมเคยบอกคุณไปแล้ว ว่าไม่ต้องโทรหาผม มีอะไรทำไมไม่ส่งข้อความมาก่อน ?”
เย่เฉินรู้ว่าเขาในตอนนี้จะต้องเจ็บปวดอย่างมาก แต่กลับพูดอย่างไม่ทุกข์ร้อนว่า“แน่นอนว่าต้องเคยเจอมาแล้ว แต่คุณไม่เชื่อไม่ใช่เหรอ ทำไมมาสนใจเรื่องนี้ได้?”
“ผมเชื่อแล้วเชื่อแล้ว!”บรูซ ไวน์สไตน์ตอบอย่างลนลาน“คุณเย่……วันนี้ ……เมื่อตอนกลางวันผมมั่นใจตัวเองไปหน่อย……คิดว่าที่คุณพูดนั้นแค่สร้างข่าวลือเพื่อให้คนกลัว……จนเมื่อเรื่องมาเกิดขึ้นกับตัวเอง……ผมก็ถึงได้รู้ว่าตัวเองนั้นโง่เขลาแค่ไหน……”
พูดจบ เขาก็ขอร้องทั้งน้ำตา“คุณเย่ ไม่ว่ายังไงคุณได้โปรดช่วยผมด้วย หากคุณไม่ช่วยผม ผมคงต้องตายแน่ๆ !”
เย่เฉินแสร้งทำเป็นถามด้วยความประหลาดใจ“เกิดอะไรขึ้น?คุณค่อยๆพูด”
บรูซ ไวน์สไตน์พูดด้วยเสียงสะอื้นว่า“ขอพูดตามตรงเลยคุณเย่ คืนนี้คุณซานเชซได้หาสาวงามมาให้ผมสองคน ผมไม่รู้ว่าเพราะผมตื่นเต้นเกินไปหรือเปล่า หรือว่าร่างกายเกิดความผิดปกติอะไร ไอ้ตรงนั้นมันก็บวมเป่งขึ้นมา เหมือนมันกินยาไวอากร้าเข้าไปหมื่นเม็ด ตอนนี้อาการก็ยิ่งจะหนักมากขึ้น หมอที่โรงพยาบาลแมนฮัตตันบอกว่าเนื้อเยื่อกำลังจะตาย ต้องตัดมันออกเท่านั้น ไม่ทราบว่าคุณมีวิธีช่วยผมไหม ……”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...