บรูซ ไวน์สไตน์ภายใต้การช่วยเหลือของมาร์คคนเป็นเพื่อน ในตอนที่กลับมาถึงที่เรือนจำ เขาถูกความเจ็บปวดเล่นงานจนทุกข์ทรมานแทบอยากจะเอากระบอกปืนเข้าปากแล้วเหนี่ยวไก
เนื่องจากการดูแลจัดการที่เข้มงวดของเรือนจำ ตามหลักแล้วห้ามไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าไปด้านใน เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่จำเป็น บรูซ ไวน์สไตน์จึงให้ลูกน้องคนสนิทของตัวเองมารับตัวเองเข้าไป และเพื่อนสนิทอย่างมาร์คก็จึงต้องกลับโรงพยาบาลไปก่อน
หลังจากมาถึงที่ห้องทำงาน บรูซ ไวน์สไตน์อดทนต่อความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัส ให้คนสนิทของตัวเองไปยังเรือนจำที่เย่เฉินอยู่ เพื่อพาตัวเย่เฉินออกมาจากห้องขังอย่างเงียบๆ
ผู้คุมคนนั้นมาที่หน้าประตูห้องขังของเย่เฉิน หลังจากที่เปิดประตู ก็พูดขึ้นว่า“ใครคือเย่เฉิน? ออกมาหน่อย ”
เย่เฉินค่อยๆลุกขึ้นจากเตียง ไม่ได้พูดอะไร แล้วเดินไปที่ประตูอย่างเงียบๆ
ผู้คุมคนนั้นปิดประตูห้องขัง จากนั้นก็พูดกับเย่เฉินเสียงเบาว่า“ท่านพัศดีรอคุณอยู่ที่ห้องทำงาน เชิญตามผมมา”
เย่เฉินพยักหน้ารับ แล้วเดินตามผู้คุมคนนั้นออกจากห้องขังไป ผู้คุมคนนั้นพาเขาไปที่แผนกการแพทย์ของเรือนจำก่อน แพทย์ในห้องพยาบาลได้เลิกงานไปแล้ว ให้เย่เฉินไปที่ห้องพยาบาล แล้วยื่นชุดผู้คุมกับรองเท้าและหมวกให้ พูดเสียงเบาว่า“เปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วผมจะพาคุณไปพบท่านพัศดี ”
เย่เฉินไม่ได้ถามมากอะไร เปลี่ยนเสื้อผ้าของผู้คุม คนคนนั้นก็หยิบโทรศัพท์มือถือออกมาแล้วกดโทรหาเพื่อนร่วมงานอีกคน
ผู้คุมที่เดินเข้ามา รูปร่างและส่วนสูงนั้นพอๆกับเย่เฉิน ส่วนผู้คุมที่พาเขามาคนนั้นก็สั่งกำชับเสียงเบากับผู้คุมที่มาใหม่ว่า“นายรออยู่ที่นี่ ห้ามส่งเสียงใดๆออกมา และอย่าใช้โทรศัพท์เพื่อติดต่อหาใคร ถ้าฉันออกไปแล้วจะล็อกประตูห้องเอาไว้ นายอยู่ที่นี่แล้วรอฉันกลับมา ”
ผู้คุมคนนั้นพยักหน้ารับแล้วพูดว่า“ได้ครับหัวหน้า”
บรูซ ไวน์สไตน์ราวกับได้เห็นผู้ที่จะช่วยชีวิต รีบพูดกับเย่เฉินว่า“คุณเย่รีบเข้ามาก่อนเร็ว!ลิปนายออกไปก่อน”
ผู้คุมคนนั้นพยักหน้ารับอย่างรวดเร็ว หลังจากที่เย่เฉินเข้าไปแล้ว ก็ปิดประตูเก็บเสียงอันหนักอึ้งนั้น
บรูซ ไวน์สไตน์ทนไม่ไหวอีกต่อไปแล้ว ร้องคร่ำครวญว่า“ คุณเย่ คุณเย่ต้องช่วยผมนะ!หากคุณไม่ช่วยผม ผมคงต้องกลายเป็นคนพิการแน่ !”
เย่เฉินมองดูเขา แล้วยกยิ้มเล็กน้อย ตัวเองใช้ความพยายามไปขนาดนี้ ก็เพื่อจะได้เข้ามาที่ห้องทำงานนี้อย่างเงียบๆ ในที่สุดเป้าหมายก็บรรลุผล

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...