“ถึงแม้ว่าขนาดกิจการของตระกูลพวกเราในตอนนั้นจะนับได้ว่าค่อนข้างใหญ่ แต่ธุรกิจของโบราณเป็นโปรเจคที่ใช้เงินลงทุนค่อนข้างสูง พอลองคำนวณดูแล้วทรัพย์สินอาจจะมีถึงพันกว่าล้านถึงหลายพันล้านดอลลาร์ แต่ในนั้นส่วนมากเป็นสินค้าคงคลังในร้านค้าของแต่ละที่ทั่วโลก ถ้าต้องควักออกมาจ่ายสองร้อยล้านดอลลาร์จริงยังเป็นเรื่องที่เกินกำลัง”
“อีกอย่าง ธุรกิจของโบราณนี้ สินค้าคงคลังอยากจะเปลี่ยนเป็นเงินสดจะเร็วมากเกินไปไม่ได้ สินค้าคงคลังยิ่งเยอะ ใจยิ่งต้องนิ่ง”
“เนื่องจากธุรกิจของโบราณนี้ เหมือนกันกับตลาดหุ้น สิ่งที่กลัวที่สุดก็คือการกระจุกเทขายหุ้นเพื่อทุบตลาด ผมสามารถซื้อแจกันดอกไม้ลายครามราชวงศ์หยวนสิบอันจากทุกที่ทั่วโลกภายในรวดเดียว ยิ่งขายมาก ราคาของแจกันดอกไม้ลายครามในตลาดก็ยิ่งสูง แต่ผมไม่สามารถขายแจกันดอกไม้ลายครามราชวงศ์หยวนสิบอันได้ภายในรวดเดียว ถ้าเป็นแบบนั้นละก็ นักสะสมแจกันดอกไม้ลายครามราชวงศ์หยวนอาจจะตื่นตระหนก จากนั้นก็จะเทขายตาม ทำให้ราคาของแจกันดอกไม้ลายครามราชวงศ์หยวนตกต่ำ”
“ดังนั้น ตอนนั้นต่อให้พวกเราอยากจะขายของหมุนเงินทุนก็เป็นไปไม่ได้ ไม่อย่างนั้นกำไรของบิลนี้ อาจจะถูกพฤติกรรมการทุบตลาดของพวกเราเองทำให้ขาดทุน ประกอบกับระยะเวลาเงินกู้ค้ำประกันยังค่อนข้างยาว ดังนั้นตอนนั้นเกือบไม่ได้บิลนี้”
“ตอนนั้นผมรู้ว่าคุณพ่อของคุณมีความสนใจต่อของโบราณมาก ดังนั้นจึงอยากจะดึงให้เขามาร่วมหุ้น อย่างแรกแก้ไขปัญหาเรื่องเงินทุนในมือของผม อย่างที่สองก็นับว่าได้กำไรก้อนหนึ่ง เนื่องจากตอนนั้นผมเคยคำนวณว่า ถ้าของโบราณล็อตนั้นเข้ามา จากนั้นนำกลับไปทยอยประมูลขายที่เกาะฮ่องกางให้กับนักสะสมในประเทศละก็ เวลาสองปีขายหมด ได้เงินคืนกลับมาสามร้อยห้าสิบล้านดอลลาร์ก็ไม่มีปัญหาอย่างแน่นอน”
“ดังนั้น ผมเสนอแนะว่าจะออกเงินทุนคนละครึ่งกับคุณพ่อของคุณ จากนั้นกำไรก็แบ่งคนละครึ่ง แต่ว่าเจตนาของคุณพ่อคุณก็คือ เขาสามารถออกเงินได้หนึ่งร้อยล้านดอลลาร์ แต่เขาต้องการให้ผมแบ่งของโบราณล็อตนั้นออกเป็นสองส่วน ครึ่งนั้นของครอบครัวผม ให้ผมไปจัดการเอง ครึ่งนั้นของเขา เขาอยากจะบริจาคกลับไปหัวเซี่ยโดยผ่านสถานทูตของหัวเซี่ยในสหรัฐอเมริกา”
“ตอนนั้นผมค่อนข้างนับถือการตัดสินใจของเขาจริงๆ ดังนั้นตอนที่ของโบราณล็อตนี้หลังจากที่ถูกพวกเราร่วมมือกันเอามาได้ ผมก็นำพวกมันส่งไปที่นครนิวยอร์กอย่างเป็นความลับ จากนั้นเชิญเขามาเลือกด้วยตัวเอง”
“ตอนนั้นความคิดของผมก็คือ ไม่ว่าคุณพ่อของคุณจะเลือกอันไหน ราคาเท่าไหร่ ขอเพียงแค่เขาเลือก ก็ยอมให้เขาเอาไปมอบให้แก่สถานทูต แม้ว่าสุดท้ายแล้วตระกูลโจวของพวกเราต้องขาดทุน บิลนี้ผมยอมรับ”
พูดถึงตรงนี้ โจวเหลียงเวิ่นกล่าวอย่างทอดถอนใจ: “ตอนนั้นในของโบราณล็อตนี้ อย่างมากสุดก็คือเครื่องลายคราม ผมกับคุณพ่อของคุณ เริ่มตรวจสอบนับจำนวนเครื่องลายครามล็อตนี้ด้วยกัน การตรวจสอบก็ง่ายมากๆ ก็คือเปิดบรรจุภัณฑ์ของเครื่องลายครามทีละชิ้น เอามาเทียบกับใบแสดงรายการ ตามหารายละเอียดที่แน่ชัดบนใบแสดงรายการ หลังจากที่ตรวจสอบเรียบร้อยแล้ว ไม่มีปัญหาค่อยใส่กลับไป แล้วตรวจสอบอันถัดไปต่อ”
“ตอนที่คุณพ่อคุณหยิบกาเครื่องลายครามอันหนึ่งออกมาจากกล่องบรรจุ กาชิ้นนั้นก็ตกลงบนพื้นแตกออกทันที เหมือนกับพ่อตาของคุณ ตอนนั้นคุณพ่อของคุณก็รู้สึกถึงการสั่นไหวของกาได้อย่างชัดเจนเช่นกัน จากนั้นหลังจากที่พวกเราสองคนเห็นว่ากาแตกออก ด้านในมีคัมภีร์โบราณขนาดเท่าฝ่ามือเล่มหนึ่ง”
“ตอนนั้นพวกเรายังคิดว่า บันทึกในหนังสือเล่มนั้นบันทึกประวัติศาสตร์ที่สำคัญบางตอนที่ผู้คนไม่รู้เอาไว้ พวกเราสองคนนั่งอยู่ด้วยกันบนพื้น ผมมองคุณพ่อของคุณเปิดหนังสือเล่มนั้นกับตาตัวเอง แต่จากนั้น หนังสือเล่มนั้นก็กลายเป็นเถ้าธุลีสลายหายไปในอากาศ......”
เมื่อเย่เฉินได้ฟังถึงตรงนี้ อดไม่ได้ที่จะตกตะลึง: “ดูเหมือนว่าวิธีการซ่อนรวมทั้งวิธีการเกิดของกับ‘ตำราเก้าเสวียนเทียน’จะเหมือนกัน”
“ใช่”โจวเหลียงเวิ่นพยักหน้า กล่าว: “ตอนนั้นผมรู้สึกแค่เพียงมีความประหลาดอยู่บ้าง แต่คุณพ่อของคุณกลับบอกผมว่า เนื้อหาในหนังสือได้เข้ามาอยู่ในหัวสมองของเขาทั้งหมดแล้ว ตอนนั้นผมย่อมไม่เชื่อ คิดว่าคุณพ่อของคุณกำลังล้อเล่น แต่คิดไม่ถึงว่าเขาจะใช้กระดาษเครื่องเขียนในร้าน นำเนื้อหาในหนังสือค่อยๆเขียนออกมาทีละตัวๆ อีกทั้งทันทีที่เขียนก็หยุดไม่ได้”
“ผมสังเกตเห็นว่าผิดปกติ รีบแจ้งให้คุณแม่ของคุณมาที่ร้าน ดังนั้นพวกเราสองคนจึงอยู่ด้วยกันกับคุณพ่อของคุณ เขาเขียนไม่หยุด ผมกับคุณแม่ของคุณจึงนำกระดาษที่เขาเขียนมาจัดระเบียบและเย็บเข้าเล่มทีหน้าๆ ใช้เวลาไปสองวันสองคืน ถึงนำทั้งหมดจัดระเบียบออกมาได้”
โจวเหลียงเวิ่นกล่าวด้วยสีหน้าลำบากใจ: “เพียงแต่ว่าคุณชาย ตอนที่คุณพ่อของคุณนำขวดพอร์ซเลนอวี้หูที่ใส่‘ตำราเก้าเสวียนเทียน’มอบให้ผม เคยบอกกับผมว่า ได้รับ สำหรับเขา สำหรับคุณแม่ของคุณ ล้วนเป็นหายนะอย่างหนึ่ง สำหรับคุณอาจจะเป็นทั้งโชคและหายนะ และเขาก็ค่อนข้างเสียใจที่ได้ศึกษาหนังสือเล่มนี้ ยังพูดอีกว่าถ้าหากมีโอกาสให้เขาเลือกใหม่อีกครั้ง เขายิ่งหวังให้ตนเองไม่ได้รับหนังสือเล่มนี้ ไม่เคยศึกษาเนื้อหาที่จดบันทึกอยู่ในหนังสือเล่มนี้......”
“ดังนั้น คุณแน่ใจว่าคุณอยากจะอ่านหนังสือเล่มนี้จริงๆใช่ไหม?”
เย่เฉินแค่นเสียงหัวเราะ กล่าวอย่างจริงจัง: “คุณอาโจว ที่คุณพ่อของผมเสียใจ เป็นเพราะเดิมทีเขาเป็นคนอกที่ไม่เกี่ยวข้อง เดิมทีสามารถใช้ชีวิตได้อย่างสงบสุขปลอดภัยทั้งชีวิต แต่กลับเป็นเพราะหนังสือเล่มนี้ ถูกลากเข้าไปในนั้น กลายเป็นคนที่เกี่ยวข้องไป”
“แต่ว่า ตอนนั้นเขายังมีทางเลือก แต่ผมไม่มี!”
“ผมเกิดมา หรือว่าปีนั้นที่ผมอายุแปดขวบ ตอนที่คุณพ่อของผมแยกชะตาชีวิตออกมาให้ผม ผมก็ได้กลายเป็นคนที่เกี่ยวข้องไปแล้ว”
“ผมไม่มีสิทธิ์ที่จะเลือกว่าจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ไหม แม้แต่ได้รับ‘ตำราเก้าเสวียนเทียน’หรือไม่ ผมก็ไม่มีสิทธิ์ที่จะเลือก เนื่องจากคุณพ่อของผมได้ตัดสินใจให้ผมแล้ว และคุณพ่อของผมก็จะต้องถูกบังคับอย่างจำใจแน่นอน เขารู้ว่า ผมเกิดในหมากกระดานนี้ สิ่งเดียวที่สามารถทำได้ ก็คือพยายามทำให้ผมมีชีวิตอยู่ในหมากกระดานนี้ต่อไป”
“ดังนั้น คุณคิดว่า เรื่องมาถึงขั้นนี้ในวันนี้ ผมยังต้องลังเลที่ว่าอยากจะอ่านอยู่อีกไหม?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...