ยามค่ำคืน
วิลล่าของตระกูลโจวในเวลานี้มืดสนิท
ภายในคฤหาสน์ที่กั้นด้วยกำแพงหลังนั้น หน้าต่างล้วนถูกเจ้าหน้าที่ของตระกูลรอธส์ไชลด์จัดการบังเอาไว้เรียบร้อยแล้ว ดังนั้นมองดูไปเหมือนกับว่าไม่มีคนอาศัยอยู่
ทันทีที่ถึงยามค่ำคืน คฤหาสน์หลังนี้ก็หยุดการเข้าออกของยานพาหนะ ยานพาหนะที่จอดอยู่ภายในล้วนเข้าสู่สภาวะนิ่งเงียบ แต่คนนอกกลับไม่รู้ว่า ภายในคฤหาสน์ที่เงียบสงัดหลังนี้ เวลานี้คนประมาณส่สิบกว่าคนได้รวมกลุ่มกันขึ้นประกอบได้ด้วยสตีฟรอธส์ไชลด์ รวมทั้งรอยซ์ รอธส์ไชลด์อยู่ในนั้นด้วย
ภายในสี่สิบกว่าคนนี้ นอกจากสตีฟกับลูกชายของเขาแล้ว มีคนประมาณสามสิบคนที่รับผิดชอบในการติดตามทุกความเคลื่อนไหวของวิลล่าตระกูลโจว สิบกว่าคนที่เหลือ รับผิดชอบงานด้านความปลอดภัยรอบด้านของคฤหาสน์หลังนี้
คนของตระกูลรอธส์ไชลด์ ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของชีวิตเป็นอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการมาหน้างานครั้งนี้ เป็นลูกชายคนโตและหลานชายคนโตของผู้นำตระกูลคนปัจจุบันของรอธส์ไชลด์ ดังนั้นแม้ว่าพวกเขาจะวางกับดักจับโจรที่ตระกูลโจว แต่บนความปลอดภัยของสมาชิกคนสำคัญของตระกูล พวกเขายังคงไม่กล้าละเลย
สตีฟรอธส์ไชลด์ก็กังวลว่าความเป็นผู้นำจะประสบกับอันตรายอะไรหรือไม่ ดังนั้นจึงตามหาแฮงค์ เพื่อตรวจสอบระดับความปลอดภัยของคฤหาสน์หลังนี้ที่ตนอาศัย
เพื่อให้สตีฟรอธส์ไชลด์วางใจ แฮงค์กล่าวแนะนำตนเองด้วยความมั่นใจเต็มเปี่ยมกับเขา: “นายท่าน คนที่พวกผมจัดวางเอาไว้ที่นี่ ล้วนเป็นสายลับชั้นยอด ทุกคนมีอุปกรณ์ระบุตัวตนของมิตรหรือศัตรู ทันทีที่เครื่องตรวจจับพบว่ามีคนที่ไม่ได้สวมใส่อุปกรณ์ระบุตัวตนใดๆ ตำแหน่งของอีกฝ่ายไปยังมือปืนสุ่มยิงทันที”
“อีกอย่าง อุปกรณ์ระบุตัวตนบนตัวของพวกเราทุกคน ล้วนมีข้อมูลของคนคนนั้น ระบบจะดำเนินการตรวจสอบความถูกต้องทันที ทันทีที่กล้องวงจรตัวใดจับภาพใบหน้าของเขาเอาไว้ได้ ระบบจดจำใบหน้าจะถูกเปิดใช้งานทันทีเพื่อยืนยันว่าใช่บุคคลนั้นหรือไม่ ถ้าหากเป็นบุคคลนั้น ก็จะตัดสินว่าปลอดภัย ไม่ใช่บุคคลนั้นก็จะแจ้งเตือนทันที”
“นอกจากนี้ บุคลากรด้านนอกทั้งหมด ล้วนสวมใส่กล้องบันทึกที่ไม่สามารถปิดเครื่องได้เอาไว้ตลอด24ชั่วโมงอีกด้วย กล้องบันทึกถูกอัปโหลดไปยังคลาวด์แบบเรียลไทม์ โดยศูนย์ข่าวกรองมีหน้าที่ทำการจัดเก็บและวิเคราะห์ ขอเพียงแค่จับภาพหน้าของทั้งสองคนได้โดยไม่ตั้งใจ ก็สามารถวิเคราะห์ได้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนนั้นๆหรือไม่ ดังนั้นอยู่ที่นี่ สามารถรับประกันความปลอดภัยของคุณได้ร้อยเปอร์เซ็นต์”
เมื่อได้ยินดังนั้น สตีฟนับว่าวางใจลงได้อย่างสมบูรณ์แล้ว ดูท่าว่าตนเองไม่ต้องทำอะไร เพียงแค่ต้องอยู่ด้วยกันกับลูกชาย รอแฮงค์จับเบาะแสได้อยู่ที่นี่ ตามหาซื่อฟางเป่าจ้วงออกมาก็นับว่าบรรลุผลสำเร็จ!
……
เย่เฉินอดไม่ได้ที่จะแอบพึมพำ คนพวกนี้เริ่มวางกับดักจับโจรตั้งแต่ห่างออกมาหนึ่งกิโลเมตร ถ้าหากจากเข้าใกล้กว่านี้ ยังไม่ร้ว่าจะมีคนมากมายขนาดไหนเฝ้าระวังอยู่
ดูท่า ตนเองคิดอยากจะนำซื่อฟางเป่าจ้วงออกไปจากที่นี่ อีกทั้งพยายามไม่เปิดเผยตัวตน ไม่ใช่เรื่องง่ายขนาดนั้นเลยจริงๆ
ในเวลานี้ ชายวัยกลางคนในชุดธรรมดาหลายคนเดินเข้ามาในร้านกาแฟ เย่เฉินจ้องมองพวกเขาอยู่หลายที พบว่าท่าทางการเดิน ท่าทางของร่างกายรวมทั้งการควบคุมท่าทางการเคลื่อนไหวที่ละเอียดอ่อนของพวกเขา ล้วนเป็นบุคลากรมืออาชีพที่ฝึกฝนมา งนั้นจึงคนกาแฟในแก้วอย่างเงียบๆ และคอยสังเกตคนพวกนี้
คนทั้งหลายเลือกโต๊ะตัวหนึ่งที่มุมติดหน้าต่าง สั่งกาแฟหลายแก้วกับพนักงาน หลังจากพนักงานเดินจากไป หนึ่งในคนนั้นจ้องมองรถยนต์ที่หน้าโรงแรมที่ข้างนอกหน้าต่าง กล่าวด่าเสียงเบา: “คนของตระกูลรอธส์ไชลด์พวกนี้ ทางที่ดีอย่าสร้างเรื่องยุ่งยากอะไรให้พวกเราเลย ทันทีที่พวกเขาทำเรื่องอื้อฉาวใหญ่โตอะไรออกมา เกรงว่าชื่อเสียงของพวกเราก็คงถูกทำลายจนสิ้นซากไปด้วย”
อีกคนหนึ่งพยักหน้า กล่าวเสียงเบา: “เจตนาของด้านบนตอนนี้คือให้พวกเราจับตาดูพวกเขาอยู่ที่ไปก่อน ถ้าหากพวกเขามีพฤติกรรมอะไรที่เกินกว่าเหตุ พวกเราต้องรีบเข้าไปขัดขวางทันที แต่ว่าเบื้องบนก็เตือนพวกเราอย่าได้มุ่งไปข้างหน้ากว่านี้อีก คนของรอธส์ไชลด์ตอนนี้ค่อนข้างอ่อนไหว ทันทีที่พวกเราเข้าใกล้ตระกูลโจวมากเกินไป พวกเขาก็หาต้องหาเรื่องทันที”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...