การถอนคำฟ้อง เป็นทางเลือกเดียวที่มีของฮาวเวิร์ดในตอนนี้
เขาเป็นคนที่ฟ้องโจวเหลียงเวิ่นในตอนแรก ด้วยสถานะทางสังคมของเขา ขอแค่เขาแสดงเจตจำนงกับทางตำรวจและศาล ว่าทุกอย่างก่อนหน้านี้ล้วนเป็นเพียงแค่เรื่องการเข้าใจผิด โจวเหลียงเวิ่นไม่ได้ขโมยของของตัวเอง หรือของที่โจวเหลียงเวิ่นขโมยไปเป็นเพียงแค่ของปลอม ราคาไม่ถึงหนึ่งร้อยดอลลาร์ เมื่อเป็นเช่นนี้ โจวเหลียงเวิ่นก็จะถูกปล่อยตัวโดยไม่มีความผิด
เมื่อถูกปล่อยตัวโดยไม่มีความผิดแล้ว เขาก็จะกลับมามีอิสระอีกครั้ง เอฟบีไอก็จะไม่ต้องมาดูแลคุ้มครองเขาอย่างเข้มงวดอีกต่อไป
เพียงแค่ว่า การกระทำแบบนี้ สำหรับตระกูลรอธส์ไชลด์แล้ว ก็เท่ากับตบหน้าตัวเองอีกครั้ง
เพราะแบบนี้มันเท่ากับว่าเรื่องอื้อฉาวที่ถูกเปิดเผยและหมักหมมมาก่อนหน้านี้ทั้งหมด กำลังจะบอกกับสังคมว่า ตัวเองใส่ความ หรือเข้าใจโจวเหลียงเวิ่นผิดไป
นี่มัน ช่างชั่วร้ายรุนแรงอะไรอย่างนี้
แต่ว่า ฮาวเวิร์ดก็ไม่มีทางเลือกอื่น
สัญชาตญาณบอกเขาว่า ตัวเองต้องหาซื่อฟางเป่าจ้วงให้เจอโดยเร็วที่สุด หากหาซื่อฟางเป่าจ้วงกลับคืนมาไม่ได้ ความเจริญรุ่งเรืองที่มีมากว่าสองร้อยปีของตระกูลรอธส์ไชลด์ก็คงถึงคราได้สิ้นสุดลงแน่แท้
ในตอนนี้ เมื่อผู้ดูแลรับผิดชอบของเอฟบีไอได้ยินในสิ่งที่เขาพูด ก็พูดเสียงนิ่งว่า“หากคุณถอนคำฟ้องจริงๆ และทางศาลก็ประกาศความบริสุทธิ์ของปีเตอร์ โจว อย่างนั้นพวกเราก็จะสิ้นสุดการดูแลปกป้องเขา ”
พูดจบ อีกฝ่ายก็พูดเตือนว่า“แต่คุณรอธส์ไชลด์ ที่ผมอยากจะเตือนคุณก็คือ คุณอย่าคิดว่า หลังจากที่ปีเตอร์ โจวได้รับอิสรภาพแล้ว คุณอยากจะทำอะไรเขาก็ได้ หากมีเหตุที่ไม่คาดคิดเกิดขึ้นกับเขา ทางเอฟบีไอก็จะตรวจสอบอย่างถึงที่สุด ตอนนี้ความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อตระกูลรอธส์ไชลด์นั้นติดลบอย่างมาก ผมขอเตือนคุณว่าอย่าคิดทำอะไรวู่วาม”
ฮาวเวิร์ดพูดอย่างเย็นชา“ฉันจะทำอะไร ก็ไม่จำเป็นต้องให้คุณมาสั่งสอน !”
พูดจบ เขาก็กดวางสายอย่างหยาบคาย จากนั้นก็โทรไปที่ทำการศาลของนครนิวยอร์ก
……
ไม่นาน การเดินทางสองชั่วโมงโดยเครื่องบินของท่านเอิร์ลจงหย่ง ก็ได้ลงจอดที่ท่าอากาศยานนานาชาติจอห์น เอฟ. เคนเนดี
ทันทีที่เขาก้าวขาออกจากสนามบิน เฉินจื้อหมินที่รออยู่ก่อนนานแล้วก็เดินเข้ามาทักทาย พูดอย่างเคารพนบนอบว่า“ผมเฉินจื้อหมิน ดีใจที่ได้พบท่านเอิร์ลจงหย่งครับ !”
ท่านเอิร์ลจงหย่งไม่ได้ดูแก่มาก อายุน่าจะราวๆสี่สิบปีได้ รูปร่างกำยำสมส่วน ดูแล้วเหมือนดารารุ่นใหญ่ในวงการภาพยนตร์ มีลักษณะของผู้ใหญ่ที่ประสบความสำเร็จในชีวิต
เมื่อเขาเห็นเฉินจื้อหมิน คำพูดเต็มไปด้วยอารมณ์ว่า“ครั้งล่าสุดที่ได้เจอกัน อายุนายยังไม่ถึงสิบขวบเลย ตอนนี้ดูจะแตกต่างอย่างมากกับที่เคยได้พบเจอมา”
ท่านเอิร์ลจงหย่งจิ๊ปาก แล้วพูดขึ้นลำพังว่า “น่าแปลก แปลกจริงๆ กับแค่สิ่งของที่ไม่ได้น่ามองอะไร แต่กลับทำให้ผู้มีพระคุณนึกสนใจได้ มันน่าจะต้องมีอะไรที่บอกใครไม่ได้อย่างแน่นอน”
พูดจบ เขาก็เอ่ยถามว่า “ผู้มีพระคุณให้เราหาเบาะแสที่เกี่ยวข้องกับของสิ่งนี้ อย่างนั้นเราต้องเริ่มจากตรงไหนดี ?”
เฉินจื้อหมินกล่าวว่า“เรียนท่านเอิร์ลจงหย่ง ลำดับเหตุการณ์คร่าวๆของเรื่องนี้ ก็น่าจะเป็นนักธุรกิจของโบราณคนนั้นขโมยของโบราณชิ้นนี้ของตระกูลรอธส์ไชลด์ไป และตระกูลรอธส์ไชลด์ก็ต้องการจะได้มันคืน แต่เขาไม่ยอมที่จะปริปากพูดอะไร และตระกูลรอธส์ไชลด์ก็ไม่ได้อะไรจากการสอบปากคำเขา คาดว่าก็น่าจะเป็นคนที่ไม่ยอมอะไรง่ายๆเหมือนกัน ”
ท่านเอิร์ลจงหย่งพูดอย่างนิ่งเฉยว่า “คนที่ไม่ยอมอะไรง่ายๆแบบนี้ ฉันเจอมาเยอะแล้ว แต่หากให้ต้องลงมือกันจริงๆ แล้วยังอดทนอยู่ได้ ไม่เคยเจอเลยสักคน ”
พูดจบ เขาก็ถามเฉินจื้อหมิน“ นักธุรกิจของโบราณคนนั้นตอนนี้อยู่ที่ไหน?พาฉันไปเจอเขาที !”
เฉินจื้อหมินรีบพูดตอบว่า“ คนคนนั้นตอนนี้อยู่โรงพยาบาลแมนฮัตตัน ถูกเอฟบีไอคุ้มกันอยู่ ในตอนนี้ที่นครนิวยอร์กเรื่องนี้กลายเป็นเรื่องราวที่ใหญ่โตอย่างมาก คุณอยากจะเจอตัวเขาไม่ใช่เรื่องที่ง่ายเลย นอกจากใช้ไม้แข็ง แต่มาใช้ไม้แข็งในสถานที่แบบนี้ เอฟบีไอไม่นิ่งเฉยอย่างแน่นอน หากเรื่องราวบานปลายหนักมากขึ้นไปอีก ผู้มีพระคุณก็อาจจะกล่าวโทษเราทั้งสองคนได้ ”
ท่านเอิร์ลจงหย่งถามเขา“อย่างนั้นนายมีวิธีดีๆอะไรไหม ?”
เฉินจื้อหมินกล่าวว่า“ที่ผมคิดได้ ก็คือส่งใครสักคนเข้าไป‘พักรักษาตัวที่โรงพยาบาล’ก่อน หาห้องพักที่อยู่ห้องใกล้ๆเขาให้มากที่สุด จากนั้นท่านกับผม ก็ทำทีเป็นไปเยี่ยมเยียนเพื่อนด้วยกัน ในขณะที่เข้าไปเยี่ยมก็มองดูลาดเลาทุกอย่างให้ชัดเจน แล้วค่อยหาโอกาสที่เหมาะสม ”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...