ท่านเอิร์ลจงหย่งพยักหน้า“ นี่เป็นวิธีที่ดี อยากจะแก้ไขปัญหาในคราวเดียวคงเป็นไปได้ยาก ลองดูสถานการณ์ให้แน่ชัดก่อน และดูว่ามีโอกาสที่เหมาะสมไหม จังหวะที่ดีที่สุดก็คือในตอนที่เอฟบีไอไม่ทันได้รู้ตัว เอาตัวคนออกมาจากโรงพยาบาลก่อน จากนั้นก็หาสถานที่ที่ปลอดภัยเพื่อให้เขาได้ค่อยๆเปิดปากพูด ”
เฉินจื้อหมินรีบกล่าวว่า “สถานที่ที่ปลอดภัยนั้นไม่ใช่ปัญหา ในนครนิวยอร์กตระกูลอานมีบ้านพักและธุรกิจมากมาย ความส่วนตัวสูง หาที่ที่เหมาะสมแล้วขังคนเอาไว้ก่อน รอถามที่ซ่อนของของโบราณนี้ จากนั้นก็เอาของโบราณนั้นมา แล้วค่อยให้เขาหายสาบสูญไปจากโลกนี้อย่างไร้ร่องรอย ”
“ดี”ท่านเอิร์ลจงหย่งพูดอย่างไม่ลังเล“ทำตามที่เจ้าพูดมา ลงมือโดยเร็วที่สุด !”
เฉินจื้อหมินยิ้มอย่างทะเล้นแล้วพูดว่า“ขอพูดตรงๆนะท่านเอิร์ลจงหย่ง ตอนที่ท่านยังอยู่บนเครื่องบิน ผมก็ได้ให้คนเตรียมพร้อมไปที่โรงพยาบาลแล้ว ในตอนนี้ ก็น่าจะกำลังเข้าพักรักษาตัวที่โรงพยาบาลแล้ว”
พูดจบ เขาก็รีบพูดอธิบายว่า“ขอท่านเอิร์ลจงหย่งได้โปรดอย่าตำหนิผมที่คิดตัดสินใจทำอะไรเองโดยพลการ ผมเองแค่รู้สึกว่าเวลานั้นมันฉุกละหุกเกินไป และในตอนนั้นท่านเองก็อยู่บนเครื่องบิน ผมไม่สามารถจะปรึกษาหารือกับท่านได้ ดังนั้นผมก็จึงได้วางหมากเกมนี้ หากท่านเอิร์ลจงหย่งคิดว่าหมากเกมนี้ใช้การได้ อย่างนั้นผมเองก็ได้ทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ แต่หากท่านเอิร์ลจงหย่งคิดว่าหมากเกมนี้ใช้ไม่ได้ อย่างนั้นเราก็ไม่ต้องไปสนใจเขา เขาพักรักษาตัวสักระยะหนึ่ง หายดีแล้วก็ออกจากโรงพยาบาล ไม่ทำให้ใครเกิดความสงสัยได้ ”
ท่านเอิร์ลจงหย่งยกยิ้มเล็กน้อย แล้วพูดว่า“ท่านอู๋ได้บอกทางโทรศัพท์แล้วว่านายกล้าหาญและมีไหวพริบ เวลาที่ฉันทำงานร่วมกับนาย ให้ฟังความเห็นของนายให้มาก อย่าเย่อหยิ่งทะนงตน ดูท่าผู้อาวุโสเช่นเขาไม่ได้พูดผิดไปเลยแต่อย่างใด เด็กน้อยอย่างนายช่างฉลาดจริงๆ หากนายรอฉันมาถึงแล้วค่อยขอคำแนะนำ เวลา2-3ชั่วโมงระหว่างนี้คงต้องสูญเปล่าไปอย่างไร้ประโยชน์”
เฉินจื้อหมินรู้สึกโล่งใจ แล้วรีบพูดด้วยความเคารพว่า“ขอบคุณคำชมของท่านเอิร์ลจงหย่ง ผมจะทำอย่างสุดความสามารถ เพื่อช่วยให้ท่านได้รับชัยชนะครับ!”
เฉินจื้อหมินเป็นคนฉลาดหลักแหลม
ถึงเขาจะไม่มีผลการฝึกฝนอะไร แต่สมองนั้นหมุนเร็วกว่าคนทั่วไป สิ่งที่สายตามองเห็น ก็ร้ายกว่าคนธรรมดาเช่นกัน
เขารู้สถานะของตัวเองในองค์กรพั่วชิงดี อย่ามองว่าตัวเองนั้นเป็นลูกเขยของตระกูลอานไปแล้ว สถานะทางสังคมในนครนิวยอร์กก็อยู่ในอันดับต้นๆ แต่ชีวิตและทรัพย์สินที่มีของตัวเอง แท้จริงแล้วมันอยู่ในเงื้อมมือขององค์กรพั่วชิง
เมื่อใดที่องค์กรพั่วชิงตัดขาดการให้ยาแก้พิษกับตัวเอง อย่าว่าแต่ลูกเขยตระกูลอานของตัวเองเลย ต่อให้ตัวเองจะเป็นผู้นำตระกูลอาน ก็มีเพียงตายสถานเดียวเท่านั้น
ดังนั้น แค่ในส่วนนี้ ก็กำหนดให้เขาต้องไต่เต้าขึ้นไปให้สูงที่สุดในองค์กรพั่วชิง ส่วนความสูงต่ำในสถานะทางสังคม ไม่ได้มีความสำคัญอะไร
และภายในขององค์กรพั่วชิง ก็วัดกันที่ความแข็งแกร่งมาโดยตลอด
ความแข็งแกร่งของผู้มีพระคุณนั้นไม่จำเป็นให้ต้องพูดถึง และนอกจากเธอ สถานะที่สูงที่สุดในองค์กรพั่วชิงก็คือผู้อาวุโสทั้งสาม รองลงมาก็คือสี่ท่านเอิร์ล และรองลงมาอีกก็รวมไปถึงอู๋เทียนหลินทายาทตระกูลของผู้มีพระคุณ
อย่ามองว่าอู๋เทียนหลินที่ได้รับความไว้วางใจและได้รับความสำคัญจากผู้มีพระคุณ แต่ในองค์กรพั่วชิง เมื่อเขาต้องเจอกับท่านเอิร์ลจงหย่งก็ยังต้องประจบเอาใจ พูดแทนตัวเองด้วยสถานะที่ต่ำกว่า
เป็นเช่นเดียวกับเครือญาติของจักรพรรดิในสมัยโบราณ แม้จะมีความสัมพันธ์ทางสายเลือด หรือสนิทสนมกับจักรพรรดิมากเพียงใด แต่ใครก็ไม่สามารถจะขึ้นขี่บนหัวของท่านแม่ทัพใหญ่ได้ จักรพรรดิจะเป็นคนแรกที่ไม่ยินยอมอย่างแน่นอน
พยาบาลสองคนรีบวิ่งออกจากเคาน์เตอร์พยาบาล คนหนึ่งกับคนก่อนหน้ามารอรับกันอยู่ที่หน้าลิฟต์แพทย์เฉพาะ ส่วนพยาบาลอีกคนก็เข้าไปในห้องคนไข้1707เพื่อตรวจดูสภาพห้องพักของคนไข้
เย่เฉินที่ถือดอกไม้อยู่ในมือก็คิ้วขมวดขึ้นมาเล็กน้อย เพราะแฮงค์เข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลเวลานี้ก็เพราะโจวเหลียงเวิ่น ดังนั้นสัญชาตญาณของเย่เฉินบอกเขาว่า คนไข้ที่จะเข้ามาพักที่ห้อง1707คนนี้ ที่มาที่ไปก็คงจะไม่ธรรมดา !
ในตอนนี้ ที่ลิฟต์แพทย์เฉพาะก็มีเสียงติ๊งๆที่ชัดเจนดังขึ้น ตามมาด้วยประตูลิฟต์ที่เปิดออก ชายหนุ่มคนหนึ่งที่นอนอยู่บนเตียงรถเข็น ถูกเข็นออกมาจากลิฟต์
ที่ศีรษะของชายหนุ่มคนนั้นถูกพันไว้ด้วยผ้าพันแผล บนร่างกายมีรอยแผลฟกช้ำอยู่จำนวนมาก นอนนิ่งไม่ขยับอยู่บนเตียงรถเข็น และส่งเสียงร้องโอดครวญอยู่ตลอด
เย่เฉินรู้สึกได้ในทันที แม้คนที่นอนอยู่บนเตียงจะไม่มีปราณทิพย์ แต่ก็เป็นนักบู๊ที่จิตใจเด็ดเดี่ยวเข้มแข็งคนหนึ่ง !
ดังนั้นเย่เฉินจึงแอบปล่อยปราณทิพย์เพื่อไปตรวจสอบ ก็พบกับพิษในร่างกายของคนผู้นี้ที่เป็นชนิดเดียวกับที่องค์กรพั่วชิงใช้มันกับทหารหน่วยกล้าตายและทหารม้ากล้า!
พิษชนิดนี้ เย่เฉินคุ้นเคยกับมันดี เพราะเขาไม่ได้แค่เคยถอนพิษให้กับคนคนเดียว จึงจำได้เป็นอย่างดี
การค้นพบนี้ ทำเอาเย่เฉินตกใจในทันที อดไม่ได้ที่จะคิดในใจว่า“องค์กรพั่วชิงช่างมีประสิทธิภาพมากจริงๆ หาที่นี่เจอได้อย่างรวดเร็ว!”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
หม่าหลันมันไม่ได้ไร้เดียงสาต่อโลกหรอก แต่เขียนให้ถูกคือหม่าหลันมันโง่นั้นเอง เข้ามหาลัยมีชื่อเสียงได้ไง โง่ดักดานขนาดนี้ อาจารย์ที่เขียน ก้เขียนให้อีหม่าหลันดูดีเกิ้น 555...
เอาตรงๆน่ะ ผมชอบที่พระเอกมีสาวมาติด แบบเป็นปกติ หลงรักพระเอกโงหัวไม่ขึ้นผมไม่ขัดใจหรอก มาขัดใจตอนคือแบบผญ เรื่องนี้มีนลุกหนักเกินไป จนทำใจอ่านแล้วขัดใจ ถ้าลุกพอประมาณแบบนี้คืออ่านสนุกเว่อร์ แต่นี่อ่อยหนักจนเกิน เกิดอาการขัดใจสุดๆ 555...
ห๊า พระเอกไปเป็นหนี้พวกหล่อนตรงไหน พวกตัวเองชอบเย่เฉินเอง เย่เฉินไม่ได้บังคับ แล้วจะให้พระเอกคืนความรักให้พวกเอ็งเนี่ยน่ะ ส่วนพระเอกกุเห้นมึงก้ปวดใจกับผู้หญิงทุกคนแหละ -.-"...
อ๋อ พึ่งรู้ว่าพระเอกไปช่วยใคร ก้คิดว่าพระเอกชอบคนนั้น ในใจมีเขาอยู่ จะหลุดกับความคิดเฟ่ยเข้อสินถึงๆด้บอกเรื่องนี้มีแต่พวกหลงตัวเอง มีแค่ชูหรันกับซิวอี้นี่แหละความรักผญ.ดี ๆม่หลงตัวเองขนาดนั้น ขอโทษด้วยครับพอดีอินไปหน่อย...
ผู้หญิงเรื่องนี้หลงตัวเองโครต เป้นเพราะชูกันเถอะ พระเอกถึงได้มีแรงผลักนั้น ไม่ใช่นานาโกะ มโนเก่งเนาะ อีเฟ่ย...
โครตน่าหงุดหงิด จะร้องเชี่ยไรนักหนา ร้องทั้งตอน ผญ.อยู่ข้างเย่เฉินนิสัยผญ.หมด แต่ไอนี้แม่งปัญญาอ่อน ไอหลิวม่านฉิง...
โครตน่าหงุดหงิด จะร้องเชี่ยไรนักหนา ร้องทั้งตอน ผญ.อยู่ข้างเย่เฉินนิสัยผญ.หมด แต่ไอนี้แม่งปัญญาอ่อน ไอหลิวม่านฉิง...
โง่ทั้งพระเอกทั้งหลิวม่านฉง ทำตัวเป้นเมียพระเอกสะงั้น จนต้องเลื่อนผ่านขก.อ่าน ขัดใจ พระเอกแม่งก้จะแคร์ผู้หญิงทั้งโลกเลยรึไง...
ไอหลิวท่านฉง ก้มั่นหน้าเกินน่ะ คิดว่าพระเอกจะชอบมึงรึไง เล่นตัว จะหลุด...
ตระกูลเฟ่ยแม่งก้น่าขยะแขยงกันทุกตัวแหละ มีแค่เฟ่ยเข่อขิน เป้นตระกุลเดียวที่ไม่อยากให้เย่เฉนร่วมมือด้วยเลยจริงๆ เฟ่ยเจี้ยนจงแม่งก้ไม่ใช่คนดีไรนักหรอก ปากก้เอาเครื่องสวรรค์มาอ้าง สุดท้ายก้อยากจะไว้ชีวิตหลานตัวเอง น่าขยะแขยง...