อานฉี่ซานแสดงท่าทีมากเกินไป อานโฉงชิวที่อยู่ด้านข้างจึงกล่าวอย่างไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย: “พ่อ ในเมื่อเฉินเอ๋อมีหลักฐานที่แน่นหนา ถ้าอย่างนั้นความคิดเห็นของผมกับท่านก็เหมือนกัน!”
อานข่ายเฟิงพยักหน้า: “พ่อ ผมกับพี่ใหญ่เห็นตรงกัน สนับสนุนการตัดสินใจของท่านอย่างไม่ลังเล!”
หลี่ญ่าหลินที่อยู่ด้านข้างขมุบขมิบปาก เขารู้ว่าคุณท่านพูดอย่างคลุมเครือ ดังนั้นจึงกล่าว: “ลุงอาน ผมก็สนับสนุนท่านเช่นกัน เพียงแต่ทันทีที่เรื่องนี้สำเร็จแล้ว ในภายภาคหน้าโยวโยวจะกล่าวโทษเฉินเอ๋อหรือไม่?”
อานฉี่ซานโบกมือ: “คนตระกูลอาน ไม่มีทางขาดพื้นฐานการวิเคราะห์ข้อนี้ โยวโยวจะต้องเข้าใจอย่างแน่นอน”
พูดจบ อานฉี่ซานกล่าวอีกว่า: “แต่ว่า เรื่องนี้ นอกจากเฉินเอ๋อ มีเพียงพวกเราสี่คนที่รู้ หลังจากเรื่องสำเร็จ ไม่ว่าโยวโยวจะคิดยังไง พวกเราห้ามเอ่ยถึงอย่างเด็ดขาด ทุกคนรู้อยู่แก่ใจ”
ทั้งสามคนพยักหน้าพร้อมกัน
รู้อยู่แก่ใจ เป็นวิธีการแก้ไขปัญหาที่ดีที่สุดของเรื่องแบบนี้
ดังนั้น อานฉี่ซานหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง แอบเช็ดน้ำตาที่หางตา ตอบข้อความฉบับหนึ่งกลับไปหาเย่เฉินด้วยสีหน้าหนักแน่น: “เฉินเอ๋อ ถ้ามั่นใจในความปลอดภัยของตัวเธอเองได้ เฉินจื้อหมินฆ่าได้ก็ฆ่า!”
จากนั้น เขาก็ส่งข้อความอีกฉบับให้แก่เย่เฉิน: “เฉินเอ๋อ ตอนที่เธอฆ่าเขา ก็ทักทายเขาแทนฉันด้วย!”
สำหรับเฉินจื้อหมิน เคยให้ความสำคัญกับอานฉี่ซานเป็นอย่างยิ่ง
เขาคิดว่า ถึงแม้ว่าฐานะทางบ้านของเฉินจื้อหมินจะธรรมดา แต่ตอนวัยรุ่นมีฝีมือเป็นอย่างยิ่ง ความสามารถล้ำเลิศ วิชาความรู้โดดเด่น
ในมุมมองของอานฉี่ซาน สามารถเห็นเงาของเย่ฉางอิง จากบนตัวของเฉินจื้อหมิน
และในเวลานั้น เย่ฉางอิงกับลูกสาวถูกสังหารไปแล้ว ในตอนที่ในใจของเขารู้สึกเสียใจ เมื่อเห็นเฉินจื้อหมิน ในใจมีความโล่งอกมากขึ้นไม่น้อย
อานฉี่ซานถอนหายใจอย่างไร้เรี่ยวแรง กล่าวพึมพำ: “เรื่องมากมายผ่านไปแล้ว ฉันรู้สึกผิดต่อฉางอิง เรื่องนี้ ชาตินี้คงไม่มีโอกาสชดเชยอีกแล้ว......”
อานโฉงชิวตะลึงงันไปเล็กน้อย ถึงเข้าใจว่าที่แท้ที่บิดารู้สึกเสียใจกล่าวโทษตัวเอง ไม่ใช่เป็นเพราะเฉินจื้อหมิน แต่เป็นเพราะเย่ฉางอิง
เย่ฉางอิงเสียชีวิตไปยี่สิบปีแล้ว ความรู้สึกผิดในตอนนี้ ไม่มีโอกาสชดเชยได้อีกต่อไปแล้วจริงๆ
ในเวลานี้ อานข่ายเฟิงเดินมาข้างหน้า กล่าวเสียงเบา: “พ่อ ถึงแม้ว่าไม่มีโอกาสชดเชยให้พี่เขย แต่ยังมีเฉินเอ๋ออยู่ เขาเป็นสายเหลือของพี่เขย นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พวกเราตระกูลอานทุกคน จะพยายามชดเชยให้แก่เฉินเอ๋ออย่างเต็มที่ ก็เป็นการชดเชยที่ดีที่สุดต่อพี่เขย”
อานฉี่ซานพยักหน้าเบาๆ จับมือของลูกชายทั้งสองเอาไว้ครู่ใหญ่ ถึงเอ่ยปากกล่าว: “ไปหันเถอะ อย่าให้ทุกคนต้องรอนานเกิน”
ตอนที่ทั้งสี่คนเดินออกมาจากในห้อง ชะตาของเฉินจื้อหมินก็ได้ถูกกำหนดเอาไว้แล้ว

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
หม่าหลันมันไม่ได้ไร้เดียงสาต่อโลกหรอก แต่เขียนให้ถูกคือหม่าหลันมันโง่นั้นเอง เข้ามหาลัยมีชื่อเสียงได้ไง โง่ดักดานขนาดนี้ อาจารย์ที่เขียน ก้เขียนให้อีหม่าหลันดูดีเกิ้น 555...
เอาตรงๆน่ะ ผมชอบที่พระเอกมีสาวมาติด แบบเป็นปกติ หลงรักพระเอกโงหัวไม่ขึ้นผมไม่ขัดใจหรอก มาขัดใจตอนคือแบบผญ เรื่องนี้มีนลุกหนักเกินไป จนทำใจอ่านแล้วขัดใจ ถ้าลุกพอประมาณแบบนี้คืออ่านสนุกเว่อร์ แต่นี่อ่อยหนักจนเกิน เกิดอาการขัดใจสุดๆ 555...
ห๊า พระเอกไปเป็นหนี้พวกหล่อนตรงไหน พวกตัวเองชอบเย่เฉินเอง เย่เฉินไม่ได้บังคับ แล้วจะให้พระเอกคืนความรักให้พวกเอ็งเนี่ยน่ะ ส่วนพระเอกกุเห้นมึงก้ปวดใจกับผู้หญิงทุกคนแหละ -.-"...
อ๋อ พึ่งรู้ว่าพระเอกไปช่วยใคร ก้คิดว่าพระเอกชอบคนนั้น ในใจมีเขาอยู่ จะหลุดกับความคิดเฟ่ยเข้อสินถึงๆด้บอกเรื่องนี้มีแต่พวกหลงตัวเอง มีแค่ชูหรันกับซิวอี้นี่แหละความรักผญ.ดี ๆม่หลงตัวเองขนาดนั้น ขอโทษด้วยครับพอดีอินไปหน่อย...
ผู้หญิงเรื่องนี้หลงตัวเองโครต เป้นเพราะชูกันเถอะ พระเอกถึงได้มีแรงผลักนั้น ไม่ใช่นานาโกะ มโนเก่งเนาะ อีเฟ่ย...
โครตน่าหงุดหงิด จะร้องเชี่ยไรนักหนา ร้องทั้งตอน ผญ.อยู่ข้างเย่เฉินนิสัยผญ.หมด แต่ไอนี้แม่งปัญญาอ่อน ไอหลิวม่านฉิง...
โครตน่าหงุดหงิด จะร้องเชี่ยไรนักหนา ร้องทั้งตอน ผญ.อยู่ข้างเย่เฉินนิสัยผญ.หมด แต่ไอนี้แม่งปัญญาอ่อน ไอหลิวม่านฉิง...
โง่ทั้งพระเอกทั้งหลิวม่านฉง ทำตัวเป้นเมียพระเอกสะงั้น จนต้องเลื่อนผ่านขก.อ่าน ขัดใจ พระเอกแม่งก้จะแคร์ผู้หญิงทั้งโลกเลยรึไง...
ไอหลิวท่านฉง ก้มั่นหน้าเกินน่ะ คิดว่าพระเอกจะชอบมึงรึไง เล่นตัว จะหลุด...
ตระกูลเฟ่ยแม่งก้น่าขยะแขยงกันทุกตัวแหละ มีแค่เฟ่ยเข่อขิน เป้นตระกุลเดียวที่ไม่อยากให้เย่เฉนร่วมมือด้วยเลยจริงๆ เฟ่ยเจี้ยนจงแม่งก้ไม่ใช่คนดีไรนักหรอก ปากก้เอาเครื่องสวรรค์มาอ้าง สุดท้ายก้อยากจะไว้ชีวิตหลานตัวเอง น่าขยะแขยง...