เย่เฉินพยักหน้า กล่าวพร้อมรอยยิ้ม: “คุณพูดถูกครับ!”
พูดไป เขารีบกดเสียงเบาลง กล่าวต่อ: “คุณเฉินคุณอย่าได้ร้อนใจจนเกินไป ผมน่ะ ตอนกลางคืนผมค่อยสังเกตความเคลื่อนไหวของFBIพวกนั้น ถ้าหากตอนกลางคืนพวกเขาหละหลวม ไม่เข้มงวดขนานั้น ถ้าหากคุณอยากจะมาเยี่ยม ผมค่อยคิดหาหนทางให้คุณ”
ทันทีที่เฉินจื้อหมินได้ยินประโยคนี้ ตรงหน้าก็เปล่งประกายขึ้นทันที กล่าวถามจิตใต้สำนึก: “วิธีนี้ได้ผลไหม?”
เย่เฉินกล่าวจริงจัง: “ผมคิดว่าไม่ใช่ปัญหาใหญ่ แต่ว่ายังไงตอนกลางคืนค่อยสังเกตอีกรอบ พวกเขาเหล่านี้เดี๋ยวตึงเดี๋ยวหย่อน หัวหน้ามาก็จะเข้มงวดหน่อย หัวหน้าไปแล้วก็หละหลวมหน่อย”
เฉินจื้อหมินคิดว่าหมอคนนี้อยากจะประจบตนเอง ดังนั้นจึงเอ่ยปากกล่าวทันที: “ถ้านายสามารถช่วยจัดการเรื่องนี้ให้ฉันได้ วันหลังฉันจะช่วยพูดคำสวยหรูต่อหน้าผู้อำนวยการของพวกนายสักหน่อย”
เย่เฉินกล่าวด้วยใบหน้าตื่นเต้น: “โอ๊ยคุณเฉิน ถ้าอย่างนั้นต้องขอบคุณคุณมากเลยครับ!”
พูดไป เมื่อเห็นว่าลิฟต์มาถึงลานจอดรถแล้ว เย่เฉินจึงกล่าว: “คุณเฉิน ผมไปส่งคุณขึ้นรถ พวกเราคุยรายละเอียดกันระหว่างทาง”
เฉินจื้อหมินพยักหน้า ครั้งนี้เขาออกมาโดยที่ไม่มีคนขับรถ ขับรถไปรับท่านเอิร์ลจงหย่งที่สนามบินด้วยตัวเอง ดังนั้นทั้งสองคนพูดคุยกันได้สะดวกมาก
เฉินจื้อหมินพลางมุ่งหน้าเดินไปที่โรลส์รอยซ์ของตน พลางถามเย่เฉิน: “นายคิดว่าพวกเขาจะค่อนข้างหละหลวมหน่อยตอนกี่โมง?”
เย่เฉินรีบกล่าว: “คาดว่าน่าจะอีกสักประมาณนึ่งหรือสอง สองสามชั่วโมง”
โรลส์รอยซ์คันนี้แตกต่างจากโรลส์รอยซ์ทั่วไป กระจก ประตูรวมทั้งช่วงล่างทั่วทั้งคัน เสริมความหนา กันกระสุน กันระเบิดแล้วก็สามารถป้องกันการแอบฟังได้ อีกทั้งด้านในรถยังไม่มีอุปกรณ์ดังฟังอื่นๆ ความปลอดภัยสูงมาก
ในเวลานี้ เย่เฉินจึงวางใจ เฉินจื้อหมินที่อยู่ด้านข้างก็ผ่อนคลายราวกับกลับมาถึงบ้าน พลางหยิบน้ำฟิจิขวดหนึ่งขึ้นมาดื่มอึกหนึ่ง พลางกล่าวกับเย่เฉิน: “ภายในสองชั่วโมง ถ้าหากนายสามารถทำให้ฉันกลับไปที่ห้องผู้ป่วยได้ ฉันจะตกรางวัลอย่างงาม”
เย่เฉินยิ้มเล็กน้อยทันที พลางถอดหน้ากากของตนออก พลางจ้องมองเฉินจื้อหมิน กล่าวถามด้วยความสนใจ: “ไม่ทราบว่าตกรางวัลอย่างงามที่คุณเฉินพูด คือรางวัลอะไรกันแน่ครับ?”
เฉินจื้อหมินแค่นเสียงหัวเราะ ยื่นนิ้วหนึ่งออกมา กล่าวอย่างอวดดี: “ถ้าหากนายสามารถจัดการได้ภายในสองชั่วโมง ฉันจะให้เงินหนึ่งล้านดอลลาร์ ถ้าหากจัดการได้ภายในหนึ่งชั่วโมง ฉันจะให้นายสองล้านดอลลาร์!”
พูดจบ ทันทีที่เขาจ้องมองเย่เฉิน หว่างคิ้วก็ขมวดเข้าหากันทันที กล่าวด้วยจิตใต้สำนึก: “เอ๊ะ? ทำไมฉันรู้สึกคุ้นหน้านายหน่อยๆ พวกเราสองคนเคยเจอกันมาก่อนไหม?”

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...