บทที่ 617
หลิวหมิงก็รีบพูดต่อคำพูดของหลิวกว่าง “เช่นนั้น ถ้าผมไปบ้านตระกูลอู๋ แล้วตาแก่ตระกูลอู๋ จะมานับผมว่าเป็นพ่อบุญธรรมไหมเนี่ย? ”
หลิวกว่างดีดนิ้ว “เห้ย อย่าว่าไป ผมคิดว่ามีความเป็นได้สูง!”
หลิวหมิงรีบพูดว่า “โห พ่อ ไม่ไหวมั้งครับ!ถ้าไอ้แก่นั่นเรียกเราสองคนว่า พ่อ การนับญาติมันก็ผิดเพี้ยนไปหมดสิครับ? ”
หลิวกว่างก็ทำท่าคิด แล้วพยักหน้าพูดว่า “พูดไปก็มีเหตุผล งั้นเดี๋ยวผมให้ไอ้แก่นั่น เรียกผมว่า พ่อบุญธรรม คนเดียวแล้วกัน ได้ไหม? ”
หลิวหมิงก็หัวเราะคิกคัก “ผมว่าได้อยู่นะ!”
ตอนนี้หลิวกว่างก็พูดว่า “จริงๆ แล้วคนตระกูลอู๋เนี่ยนะ ล้วนมีความชอบที่พิสดารๆ ไม่เพียงแค่คุณชายอู๋ที่ชอบกินขี้ ท่านปู่อู๋ที่ชอบมีพ่อบุญธรรม แม้แต่อู๋ตงไห่คนนี้ ก็มีความชอบที่พิสดารเหมือนกัน”
“อย่างนั้นหรือครับ? ” หลิวหมิงถามอย่างสงสัย “อู๋ตงไห่มีความชอบอะไรที่พิสดารล่ะนี่? หรือว่าเขาจะชอบกินไอ้อันนั้น? ”
“ก็ไม่ใช่หรอก” หลิวกว่างพูดตอบ “ผมได้ยินมาว่า สมัยอู๋ตงไห่หนุ่มๆ มีประสบการณ์ที่โดนสวมเขาอย่างช่ำชองมาก”
หลิวหมิงก็ถามอย่างสงสัยว่า “พ่อครับ ประสบการณ์ที่โดนสวมเขา หมายความว่าอะไร? ”
หลิวกว่างตอบ “เฮ้อ ก็ชอบถูกคนอื่นสวมเขาให้อย่างไรเล่า ยิ่งหลอกเขามากเท่าไร เขายิ่งฟิน!”
หลิวหมิงทำเสียงตกใจ “อัศจรรย์ขนาดนั้นเลยหรือครับ? ”
“แน่นอนล่ะ!” หลิวกว่างก็ยิ้มหน้าแข็งๆ แล้วพูดว่า “ได้ยินมาว่า สมัยอู๋ตงไห่หนุ่มๆ มีความฝันที่ยิ่งใหญ่ด้วย”
หลิวหมิงถาม “ความฝันอะไรครับ? ”
“ห๊ะ? ” หลิวหมิงตกใจ “อู๋ซิน เป็นเกย์งั้นรึครับ?!”
“ใช่!” หลิวกว่างพูดขยายความว่า “เขาไม่เพียงเป็นเกย์นะ แถมยังเป็นจำพวกที่ชอบถูกผู้ชายกระทำ!ผมจะบอกให้นะ อย่ามองว่าเขาสมบุกสมบันแต่เช้ายันเย็นจนแทบจะตาย จริงๆ แล้วใกล้จะกลายเป็นลูกสาวอยู่แล้ว!ได้ยินมาว่า เขาชอบอยู่กับผู้ชายรูปร่างบึกบึน แต่ละครั้งก็หลายคน เก่งไม่เบาเลย!”
พูดไปดังนั้น เขาก็เสริมว่า “คุณรู้ไหม? ข้างกายอู๋ตงไห่และอู๋ซินสองพ่อลูก มีบอดี้การ์ดชื่อว่า จางจื่อโจว คนนี้มันไม่ธรรมดา!เมื่อก่อนเป็นยอดฝีมือที่ฆ่าคนไม่กะพริบตา ต่อมาก็พาพวกพ้องของตนเอง มาเป็นบอดี้การ์ดของสองพ่อลูกตระกูลอู๋ แต่ไอ้คนนี้มันก็เป็นเกย์ และยังเป็นเสปคที่อู๋ซินชอบด้วย ดังนั้นอู๋ซินและบอดี้การ์ด5คนนี้ ก็อยู่ด้วยกันทั้งวันแต่เช่ายันค่ำ ร่ำร้องเร่าร้อนกันทุกคืน มีความสุขกันเสียไม่มี!”
“คุณพระช่วย!” หลิวหมิงพูดตกใจ “ที่แท้คนตระกูลอู๋ก็ชอบอะไรที่มันตื่นเต้นแบบนี้นี่เอง!ผมนี่ตกข่าวจริงๆ !”
หลิวกว่างยิ้มพูดว่า “จะบอกให้นะ ตระกูลอู๋น่ะ แต่ละคน เป็นคนวิปริตในวิปริตอีกที เป็นเดรัจฉานในเดรัจฉานอีกที!”
------------

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...