บทที่ 746
หม่าหลันรู้ว่านี่เป็นการข่มขู่ ขอเพียงตนเองกินข้าวแล้ว หรือเพียงแค่ยื่นมือไปหยิบข้าว ก็อาจจะถูกตบได้
ดังนั้นเธอก็เลยร้องไห้ขอร้องว่า “พี่จางคะ เมื่อวานพี่ก็ตบไปแล้ว ด่าไปแล้ว ลงโทษไปแล้ว พี่ก็เมตตาฉันหน่อยแล้วกันนะคะ ปล่อยฉันไปเถอะ........”
จางกุ้ยเฟินก็ยักคิ้ว แล้วถามเอาเรื่องว่า “กูปล่อยมึงไป แล้วใครสามารถทำให้แม่กูที่ตายไป ฟื้นขึ้นมาได้ล่ะ? มึงรู้ไหมว่าแม่กูดื่มยาฆ่าแมลง แล้วสุดท้ายต้องนอนหายใจไม่ออกอยู่บนเตียง สภาพนั้นมันน่าอนาถขนาดไหน? ”
หม่าหลันก็พูดน้ำหูน้ำตาไหลว่า “พี่จางคะ....ฉันรู้ว่าพี่เป็นกตัญญู แต่ว่าฉันไม่ได้เป็นคนทำร้ายแม่ของพี่นะ......”
จางกุ้ยเฟินก็ด่าอย่างโมว่า “ยังจะมาพูดมากกับกูอีกรึ? กูจะบอกให้นะ แม่กูต้องทำทำร้าย เพราะลูกสะใภ้ที่อกตัญญูแบบมึง ดังนั้นพอกูเจอคนแบบมึง กูก็รู้สึกรังเกียจ!มึงควรจะดีใจที่ตอนนี้ไม่ใช่สมัยโบราณ ไม่เช่นนั้นกูเอามีดฟันให้ตาย เพื่อทวงความยุติธรรมแทนสวรรค์ไปแล้ว!”
นายหญิงใหญ่เซียวที่อยู่ด้านข้าง ก็ส่งเสียงไม่พอใจอย่างสะใจ แล้วพูดว่า “จางกุ้ยเฟินพูดถูกต้องที่สุด!ผู้หญิงแบบนี้ ในสมัยโบราณ สมควรถูกจับใส่คอกหมูถ่วงน้ำ!คอกหมูไม้ไผ่สานน่ะ เอามันใส่ไว้ข้างใน มัดหินถ่วงไว้หลายๆ ก้อน แล้วโยนลงแม่น้ำไป ให้มันจมน้ำตาย!”
หม่าหลันก็กลัวจนไม่กล้าส่งเสียง และไม่กล้ากินข้าว ได้แต่ก้มหน้าอยู่ตรงหน้าจางกุ้ยเฟิน เหมือนกับเด็กที่ทำผิด
จางกุ้ยเฟินเอาหมั่นโถชิ้นสุดท้ายปาดโจ๊กคำสุดท้ายของตนเอง เพื่อกวาดเอาเศษโจ๊กออกให้หมด แล้วกินมันลงไป
จากนั้น เธอก็พูดอย่างคาใจว่า “เฮ้อ เหมือนจะยังกินไม่อิ่ม”
ในตอนนี้ นักโทษหญิงคนหนึ่งก็ชี้ไปยังลังพลาสติก แล้วพูดว่า “พี่เฟิน ในนั้นยังเหลืออีกชุดไงคะ? พี่ก็กินมันไปให้หมดเลยสิ!”
จางกุ้ยเฟินแกล้งยิ้ม แล้วมองหม่าหลัน พร้อมถามอย่างหัวเราะว่า “เฮ้อหม่าหลัน กูจะกินอาหารเช้าของมึง คงจะไม่ว่าอะไรนะ? ”
“ไม่ว่าค่ะ ไม่ว่า!” หม่าหลันมีหรือจะกล้าพูดคำว่า ไม่? ได้แต่พยักหน้ารัวๆ ไป
หม่าหลันได้ยินดังนั้น ในใจก็น้อยใจจนอยากจะตาย
คุกเข่าลงพื้นเลียเศษโจ๊กงั้นหรือ? พื้นมันสกปรกมากเลยนะ!มีคนเดินเหยียบไปมา ไม้ถูกพื้นในห้องน้ำก็ราขึ้นดำปี๋แล้ว ตอนนี้ให้ตนเองไปเลียโจ๊กที่พื้น จะรับไหวที่ไหนกัน?
ต่อให้ต้องหิวตาย ก็จะไม่ไปเลียเด็ดขาด!
พอคิดถึงจุดนี้ เธอก็รีบพูดว่า “เดี๋ยวฉันถูมันให้สะอาดแล้วกัน”
จางกุ้ยเฟินก็หัวเราะพูดว่า “ตามใจมึงแล้วกัน แต่ว่าวันหนึ่งมึงก็จะต้องลงไปเลีย ไม่ใช่ก็คอยดูก็แล้วกัน!”
------------

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...