เธอก็เลยพูดกับหม่าหลันว่า: “แม่ แม่คิดทบทวนคนเดียวก่อนนะ ฉันกับเย่เฉินไปก่อนนะ และแม่อย่าลืมกินหมี่ที่เย่เฉินต้มไว้ให้ด้วย”
พูดจบแล้วไปพูดกับเย่เฉินว่า: “พวกเราไปกันเถอะ”
เย่เฉินพยักหน้า และพาเซียวซูหรันออกไป แล้วขับรถพาเธอไปที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
ระหว่างทางเย่เฉินได้ซื้อดอกไม้หนึ่งช่อ และซื้อผลไม้หนึ่งตะกร้ายังเขียนการ์ดอวยพรเตรียมที่จะมอบให้ป้าหลี่อีกด้วย
เมื่อมาถึงที่หน้าประตูสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าจินหลิง เย่เฉินจอดรถไว้ที่จอดรถข้างถนน แล้วมองไปที่ประตูที่เก่าๆ ในใจของเขาเคลิบเคลิ้ม เขามีความรู้สึกเหมือนได้ย้อนเวลากลับไป และมีความรู้สึกที่อยู่อีกมิติ
เขายืนอยู่ที่นี้ เหมือนเสี่ยววินาทีนี้ เหมือนไปรวมกับความทรงจำบางฉากที่อยู่ในความทรงจำของตัวเอง ฉากเหล่านั้นปรากฏขึ้นในสมอง เป็นฉากความทรงจำที่อ่อนโยนที่สุด อบอุ่นที่สุด และมีความหมายที่สุดในใจ
เขายังไม่ลืมภาพแรกที่เขามาอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้านี้
ตอนที่เขาอายุแปดขวบเขาเสียพ่อไปอย่างเจ็บปวด และได้ลำบากยากแค้นและเดินเร่ร่อนอยู่บนถนน และป้าหลี่ที่เหมือนดั่งนางฟ้า พาเขามาอยู่ที่นี้ และจับมือเขาไปและชี้ไปทางหน้าประตู แล้วพูดด้วยความรักเมตตาว่า: “หนูน้อย ไม่ต้องกลัวนะ ต่อไปที่นี่เป็นบ้านของหนูแล้วนะ”
สำหรับเย่เฉินแล้วภาพที่อบอุ่นนี้ที่เทียบเทียมไม่ได้นี้ ถึงจะผ่านไปกี่ปีก็ตาม ภาพนั้นก็เหมือนพึ่งเกิดขึ้น
เมื่อนึกถึงตอนนี้ เย่เฉินได้ปรากฏสีหน้าที่มีความสุข ปากก็ปรากฏรอยยิ้มออกมา
เซียวซูหรันเห็นเขายิ้มอดไม่ได้และพูดว่า:” วันนี้นายดูมีดีใจมากเลยนะ”
เย่เฉินพยักหน้าและพูดว่า: “ใช่แล้ว เธอก็รู้ใช่มั้ย ตอนที่ป้าหลี่ป่วย ฉันเป็นห่วงป้ามาก ฉันถึงต้องคิดวิธีหาเงิน แต่ยังไม่พอเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายเปลี่ยนไตของป้าหลี่เลย ถ้าไม่ใช่เพราะความบังเอิญของโชคชะตา ฉันคิดว่าตอนนี้ป้าหลี่คงจากฉันไปแล้ว”
เซียวซูหรันย้อนคิดไปถึงตอนนั้น ภาพที่เพื่อหาเงินไปรักษาป้าหลี่ เย่เฉินไปข้อยืมเงินยายด้วยความต่ำต้อยและเคารพ
ตอนที่เขาหันกลับไปมอง ก็เห็นในสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า มีเงาร่างของผู้หญิงเดินออกมา
ไม่คิดเลยว่าจะเป็นหลี่เสี่ยวเฟิน
ไม่ได้เจอกันหลายปี หลี่เสี่ยวเฟินกลายเป็นสาวไปแล้ว!
ตอนนี้เธออายุยี่สิบกว่าๆแล้ว และสูงเกินกว่าร้อยเจ็ดสิบเซนติเมตรแล้ว รูปร่างของเธอไม่แพ้นางแบบเลยนะ
ถึงจะแต่งตัวแบบเรียบง่าย และถึงขั้นที่เรียบง่ายแบบสุดๆ แต่ยังสามารถให้ความรู้สึกที่สดใสและผิวขาว
เย่เฉินอดไม่ได้ที่จะตกใจ เป็นผู้หญิงที่มีการปลี่ยนแปลงเยอะมาก นี่เธอเป็นเด็กน้อยที่ค่อยตามเขาตอนที่เขายังอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหรือเนี่ย?!

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...