เมื่อเจอเย่เฉินแล้ว หลี่เสี่ยวเฟินปรากฏสีหน้าที่ดีใจและตื่นเต้น
เธอริบวิ่งไปหาเย่เฉิน ก็เหมือนตอนแต่ก่อน เธอใช้สองมือไปจับแขนของเย่เฉินไว้ พูดอย่างหวานหยาดเยิ้มว่า: “พี่เย่เฉิน ทำไมพี่ถึงไม่มาเยี่ยมที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้านี่เลย?”
เย่เฉินโดนเธอจับแขน ไม่เพียงไม่รู้สึกอึดอัด แต่กลับรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นพี่ขายคนหนึ่ง และพูดด้วยน้ำเสียงที่รักใคร่ว่า: “ฉันออกไปใช้ชีวิตอย่างยากลำบาก ฉันไม่มีหน้ากลับมาที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเพื่อหาพวกเธอ”
หลี่เสี่ยวเฟินได้ยินแบบนี้แล้ว เธอเริ่มมีเส้นเลือดฝอยปรากฏขึ้นในดวงตาและพูดอย่างสะอึกสะอื้นว่า: “ป้าหลี่ก็บอกพวกเราแล้วว่าหลังจากที่นายออกไป นายก็ไปทำงานก่อสร้าง พี่ทำงานเหนื่อยและยังคอยส่งเงินให้ป้าหลี่อีก เพื่อให้ป้าหลี่ซื้อสมุด ซื้อเสื้อผ้าและซื้อของกินให้พวกเรา แต่พี่ไม่ได้กลับมาดูฉันเลย หลายปีผ่านไปแล้ว ฉันไม่ได้เจอพี่อีกเลย.......”
พูดไปน้ำตาก็ค่อยๆหยดลงมา เธอพูดต่อว่า: “ตอนที่ป้าหลี่ป่าย เห็นป้าหลี่บอกว่าพี่ไปเยี่ยมป้าบ่อยมาก แต่พี่จะไปเยี่ยมป้าตอนที่พวกเรากลับไปแล้ว พี่ตั้งใจที่จะหลบหน้า ไม่อยากเจอพวกเราพี่รู้มั้ยว่าพวกน้องๆ จะรู้สึกเสียใจแค่ไหน......”
เมื่อเย่เฉินได้ยินแบบนี้แล้ว เขาถอนหายใจอย่างหดหู่
หลังจากที่เขาออกมาจากสถานเลี้ยงเด็กแล้ว ก็ไม่เคยได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขเลย หลังจากนั้นเขาทำงานอยู่ที่สถานที่ก่อสร้าง หนึ่งปีสามร้อยหกสิบห้าวันไม่ได้หยุดไม่ได้พักเลย เงินที่ได้มานอกจากจะเอามาซื้อข้าวกินแล้ว ก็ส่งมาให้ป้าหลี่หมดเลย
ที่เขาไม่อยากกลับไปที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า เพราะว่าตอนนั้นเขามีชีวิตที่หดหู่มาก เขาไม่อยากให้น้องๆที่ยังไม่ได้เข้าไปในสังคมต้องมาเห็นสภาพที่ผิดหวังท้อใจของตัวเขา กลัวจะเป็นแบบอย่างที่ไม่ดีให้พวกน้องๆ
และต่อมาตัวเขาได้แต่งงานเข้าไปอยู่ที่บ้านของฝ่ายหญิง และเป็นลูกเขยแต่งเข้าชื่อดังของจินหลิง แบบนี้เขายิ่งไม่มีหน้ากลับไปที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
เมื่อได้ข่าวว่าป้าหลี่ป่วย เขาเป็นห่วง เศร้าใจ และใส่ใจมากกว่าใครๆ
เขายังไม่มีหน้าไปเผชิญหน้ากับเพื่อนๆ ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าเท่าไหร่
ระหว่างที่พูด เขาดึงมือของเซียวซูหรันมาพูดแล้วยิ้ม: “มา พี่จะแนะนำให้เธอรู้จักนะ คนนี้คือพี่สะใภ้ของเธอ เป็นไงบ้าง สวยมั้ย?”
เซียวซูหรันถูกเย่เฉินดึงมือไปกะทันหัน ใจของเธอรู้สึกตื่นเต้นนิดหน่อย ถึงเธอและเย่เฉินจะแต่งงานกันมาแล้วสามปี แต่ความจริงก็คือพวกเธอไม่ค่อยมีช่วงเวลาที่ใกล้ชิดกันเลย
แต่เธอก็ไม่ได้ดึงมือกลับไป และปล่อยให้เขาจับอยู่แบบนั้น
หลี่เสี่ยวเฟินมองไปที่เซียวซูหรัน ตอนแรกในแววตาของเธอยังมีความเศร้าโศกอยู่ ตอนนี้ได้กลายเป็นความอิจฉา
เธอมองไปที่เซียวซูหรันแล้ว เธอก็อดรู้สึกละอายไม่ได้ว่าตัวเองไม่ได้หน้าตาดีเหมือนคนอื่น

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...