เย่เฉินกับเซียวชูหรันก็นั่งลงด้านขวาของป้าหลี่ ตามที่ป้าหลี่บอก ส่วนคนอื่นๆ ก็นั่งถัดไปเรื่อยๆ
พอนั่งลง ป้าหลี่ก็มองเด็กๆ ทุกคน แล้วก็พูดอย่างพอใจว่า “เด็กๆ ขอบคุณพวกเธอมากนะที่ยังไม่ลืมป้า แล้วก็ยังมาเยี่ยมป้า!”
ทุกคนก็รีบพูดว่า “ป้าหลี่ ป้าพูดอะไรกันครับ พวกเราสมควรทำแบบนี้อยู่แล้วนะครับ”
ป้าหลี่ก็ถาม “หลายปีมานี้ พวกเธอสบายดีกันนะ? ”
ทุกคนก็ยิ้มพูดว่า “ขอบคุณป้าหลี่ที่เป็นห่วง พวกเราสบายดี”
ออกจากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้ามาหลายปี ทุกคนก็มีเส้นทางชีวิตเป็นของตนเอง แต่โดยรวมแล้ว ส่วนมากพวกเราก็เป็นแค่คนธรรมดา ต่อให้เมื่อก่อนมีความอุดมการณ์กว้างไกลเพียงใด หลังจากเข้าไปในสังคมแล้ว ก็มักจะถูกความเป็นจริงโจมตีจนต้องพ่ายแพ้ไป ในชีวิตที่ธรรมดาๆ สุดท้ายแล้วก็กลับมาสู่สามัญ
แต่ละคนก็เปลี่ยนไปมาก มีคนไม่น้อยที่ตอนพูดเรื่องของตนเอง ถึงแม้จะจำแกล้งทำเป็นสบายๆ แต่ทุกคนแค่ฟังก็รู้ว่าเป็นอย่างไร ชีวิตของแต่ละคนก็ไม่ค่อยเป็นดั่งฝันเท่าไรนัก
พวกเขาไม่มีใครคอยหนุนหลัง ไม่มีใครช่วยเหลือ ในสังคมนี้ ได้แต่อาศัยตนเองต่อสู้ไปทีละนิด สามารถเป็นอย่างคนอื่นได้ ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว อยากจะเป็นคนที่อยู่เหนือคน ก็ไม่ต่างอะไรกับฝันลมๆ แล้งๆ
ในตอนนี้ มีคนถามเจี่ยงหมิงว่า “เจี่ยงหมิง ได้ยินมาว่าคุณทำงานเป็นผู้อำนวยการของบริษัทในจินหลิงที่เข้าตลาดหุ้นงั้นหรือ? ”
เจี่ยงหมิงก็ยิ้มอย่างได้ใจ แล้วพูดว่า “ใช่ ผมทำตำแหน่งผู้อำนวยการมาได้ครึ่งปีแล้วล่ะ!”
พอพูดออกไป คนที่โต๊ะหลายคนก็อึ้ง แล้วพูดว่า “คุณพระ ตำแหน่งผู้อำนวยการบริษัทในตลาดหุ้น เงินเดือนแต่ละปีไม่หลานแสนเลยหรือ? เจี่ยงหมิงก็เก่งไม่เบาเลยนะ ถึงว่าสามารถออกรถเบนซ์ออกมาขับได้!”
เจี่ยงหมิงก็พูดเย่อหยิ่งว่า “ไม่เท่าไรหรอก จะว่าไปแล้ว แต่ละปีผมได้ค่าตอบแทนหลายแสน ก็แค่มีใช้ไปวันๆ เท่านั้น!”
พูดถึงจุดนี้ เขาก็แกล้งถอนหายใจพูดว่า “แต่ว่า เงินเดือนก็ไม่มากอะไร แค่พอกินอิ่ม ที่มีได้ก็เพราะค่าคอมมิสชั่นและเงินโบนัสทั้งนั้นแหละ”
พอพูดคำนี้ออกไป พวกคนที่ชอบประจบเขา ก็หัวเราะกันออกมา
ต่อให้เย่เฉินวางท่าดีแค่ไหน ก็ถูกเจี่ยงหมิงมาท้าทายหลายครั้งหลายครา น่ารำคาญมาก ก็เลยพูดไปนิ่งๆ ว่า “ใช่สิ ทุกๆ วันก็ซักผ้าทำกับข้าว เก็บของในบ้าน ชีวิตสบายมากเลย ไม่มีเวลาออกไปหางานทำเลย”
เย่เฉินก็พูดความจริง แต่พอเข้ามาในหูของเจี่ยงหมิง ราวกับเป็นเรื่องตลกเสียอย่างนั้น
เขาหัวเราะลั่น แล้วประชดว่า “ผมว่านะเย่เฉิน ทุกคนก็รู้ดี นายจะยังคอยรักษาหน้าอยู่ทำไม? ผมไม่เชื่อหรอกว่าแค่ลูกเขยที่แต่งเข้าตระกูลผู้หญิงไป จะมีชีวิตที่สบายได้!”
พูดไป เขาก็ตั้งใจพูดว่า “เอ่อนี่ อย่างน้อยพวกเราก็โตมาด้วยกัน บอกตามตรง พอดีว่าผมอยากจะรับสมัครผู้ช่วย นายมาเป็นผู้ช่วยผมพร้อมกับเจิ้งเสียงไหม? ”
------------

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...