พอเจี่ยงหมิงได้ยินดังนั้น ก็พูดประชดขึ้นมาทันที “โหเย่เฉิน นายนี่แน่เหมือนกันนะ เวลาคุยโวโอ้อวดขึ้นมา ไม่ได้คิดหน้าคิดหลังเลยนะ!”
เย่เฉินยิ้มบางๆแล้วพูดว่า “มีอะไรที่ต้องคุยโม้ล่ะ? ถ้านายไม่เชื่อ งั้นพวกเราก็รูดบัตรกันล่วงหน้าเลย คนละแสนหยวน วันนี้ก็กินกันในราคา2แสนนี่แหละ นายว่าไง? ”
เจี่ยงหมิงฟังจบ ก็พูดอย่างสนใจว่า “พูดจริงนะ? ”
เย่เฉินก็หยิบเอาโทรศัพท์ออกมา แล้วก็เปิดจื่อฟู่เป่า แล้วพูดกับพนักงานว่า “มา สแกนจ่ายครับ”
เจี่ยงหมิงเห็นดังนั้น ก็ตื่นเต้นจนต้องลุกขึ้น
ที่ตนเองคิด ก็คือจะสั่งอาหารมื้อนี้เยอะหน่อย แล้วพอตนเองไปเบิกเอาค่าอาหาร ก็จะได้เยอะขึ้น แต่ไอ้พวกเด็กกระจอกในบ้านเด็กกำพร้าพวกนี้ ก็บ่นกันพึมพำ น่ารำคาญเสียจริง
ตอนนี้เย่นเฉินยอมจ่าบกับตนเองคนละครึ่ง แถมยังจ่ายไปครั้งเดียวเลย1แสน นี่มันไม่ใช่เอาเงินมาให้ตนเองฟรีๆ หรอกหรือนี่?
ตนเองก็จ่าย1แสน แต่ว่าสามารถเบิกเป็นบิล2แสนได้ ตอนกลับไปก็จะพูดกับเถ้าแก่ว่า อาหารมื้อนี้ได้เลี้ยงให้กับแขกคนสำคัญ อาจจะคุยงานกันได้ราคา10ล้าน พอถึงตอนนั้นเถ้าแก่ก็คงให้ตนเองเบิกค่าใช้จ่ายง่ายๆ เลย
ตอนนี้เขาคิดดีแล้วว่า เอาชีวิตไว้สำคัญที่สุด!
หลอกให้ไอ้สองคนที่อยากจะมาหาเงินกับตนเองก่อน จากนั้นพอกลับบริษัทไป ก็ไปเบิกค่าอาหารมา2แสน แล้วแก้ปัญหาของหม่าจงเหลียงก่อน
ส่วนเถ้าแก่จะมาคิดบัญชีย้อนหลังหรือไม่นั้น ก็ยังไม่ต้องคิดกันตอนนี้
เพราะถึงอย่างไรสำหรับตนเองแล้ว หม่าจงเหลียงเป็นตัวอันตรายสำหรับตนเองมากที่สุด
จากนั้น เขาก็รีบหยิบโทรศัพท์ออกมา แล้วพูดกับเย่เฉินว่า “ได้ ในเมื่อนายใจเด็ดแบบนี้ งั้นผมก็จ่าย1แสนเหมือนกัน!”
แบบนี้ท้องก็จะได้ว่าง แล้วก็กินของดีๆ ลงไปแทน
คนกระจอกก็มักจะเป็นแบบนี้ ถ้ามีเรื่องที่ต้องให้มันเสียเงินไปทำ มันก็ลำบากใจกว่าการถูกรุมกระทืบเสียอีก แต่ถ้าเรื่องไหนไม่ต้องให้มันไปเสียเงิน หรือไม่ก็ให้คนอื่นเสียเงิน มันก็จะวิ่งรี่เข้าไปเร็วกว่าใครเลย แถมยิ้มหน้าบานมีความสุขกว่าใครๆ อีก
พูดง่ายๆ ก็คือ พวกกินอย่างเดียวไม่ยอมจ่าย
ไม่นาน พนักงานก็ยกกุ้งมังกร หอยเป๋าฮื้อ และอาหารทะเลมาเสิร์ฟ แถมยังมีลูกหมูหันทั้งตัว กรอบนอกนุ่มใน กลิ่นหอมตลบอบอวลไปหมด
จ้าวโจ๋วเยว่ก็กินอาหารรสโอชะไปด้วย ดื่มแชมเปญไปด้วย พยายามยัดเข้าปากไปอย่างไม่คิดชีวิต
------------

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...