ในเวลานี้ หัวใจของเย่เฉินสุมไปด้วยเพลิงโทสะ
เขาคาดไม่ถึงเลยจริงๆ ไม่นึกเลยว่าจะมีโจรที่ใจกล้าขนาดนี้ด้วย พุ่งเป้ามาที่เด็กของสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
เมื่อนึกไปว่าเด็กเหล่านี้ อาจมีความเป็นไปได้ที่จะถูกขายให้พวกขอทานไร้ยางอาย ถึงขั้นที่ถูกพวกเขาทำให้กลายเป็นคนพิการ เย่เฉินก็อยากจะสับพวกค้ามนุษย์เป็นหมื่นๆ ชิ้นใจแทบขาดแล้ว
ด้วยเหตุนี้ เขาจึงบอกหลี่เสี่ยวเฟินไปทันที “เสี่ยวเฟิน ตอนนี้เธออยู่ไหน? อยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้าหรือเปล่า?”
“ใช่!” หลี่เสี่ยวเฟินตอบ “ฉันเพิ่งกลับมาจากสถานีตำรวจ พวกป้าหลี่ยังอยู่ที่นั่น”
“ได้” เย่เฉินรีบพูด “เธอรอฉันอยู่ที่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้านะ ฉันจะไปเดี๋ยวนี้แหละ!”
พอพูดจบ เขาก็กดวางสาย ไม่สนใจจะทักทายภรรยา รีบก้าวออกประตูไป
เมื่อลงมาที่ชั้นหนึ่ง หม่าหลันในชุดนอนสีแดงเข้มก็เอ่ยเร่งอย่างไม่มีความอดทน “เย่เฉิน รีบไปทำกับข้าวสิ แม่เฒ่าใกล้จะหิวตายอยู่แล้ว”
เย่เฉินขมวดคิ้ว เอ่ยอย่างรังเกียจ “อยากกินก็ไปทำเองสิ”
หม่าหลันขบฟันร้องด่า “อาฮ่า! ตอนนี้แกเก่งแล้วนี่ มีความสามารถแล้วงั้นสิ?”
เย่เฉินพยักหน้า เอ่ยว่า “ถ้าคุณสามารถสร้างคฤหาสน์เดี่ยวแบบนี้ได้ ผมก็จะถือว่าคุณมีความสามารถเหมือนกัน!”
ทันทีที่หม่าหลันได้ยินประโยคนี้ สีหน้าก็แปรเปลี่ยนทันที “เย่เฉิน คำพูดนี้ของแกหมายความว่ายังไง? แกคิดว่าคฤหาสน์ที่แกสร้างเจ๋งนักใช่ไหม? เริ่มสะบัดหน้าใส่ฉันแล้วงั้นสิ?”
เย่เฉินตอบเสียงเย็น “ใช่แล้ว เมื่อก่อนตอนผมอยู่บ้านคุณ คุณมีท่าทีต่อผมแบบไหนล่ะ? ผมหวังว่าตอนนี้คุณจะรู้จักทบทวนตัวเองบ้างนะ มีความเป็นไปได้ที่พอผ่านไปสักระยะหนึ่ง ผมก็จะทำกับคุณเหมือนที่คุณทำกับผมเมื่อก่อน”
“แก...” ความหยิ่งผยองของหม่าหลันเลือนหายไปเกือบหมดภายในชั่วพริบตา เธอเพิ่งจะตระหนักได้อย่างจริงจังว่า เย่เฉินต่างไปจากในอดีตแล้ว
ตอนนี้ตนไม่มีอะไรที่จะนำมาบีบเขาได้เลย เมื่อก่อนมักจะพูดอยู่ตลอดว่าเขากินข้าวบ้านตน พักอยู่บ้านตน แต่ตอนนี้ทุกอย่างเหมือนจะกลับกันไปหมดแล้ว
ตอนนี้ผู้ชายในบ้านทั้งสองคนนี้ ล้วนเมินเฉยไม่สนใจตน อำนาจของตนในบ้านหลังนี้แทบไม่มีเหลืออยู่แล้ว
โดยเฉพาะเซียวฉางควนคนนั้น ไม่นึกเลยว่าเมื่อวานไปเอาความกล้ามาจากไหนกัน ต้องการจะหย่าขาดกับตน
ไอ้สุนัขคนนี้ แต่งงานกับตนมายี่สิบกว่าปีแล้ว ไม่เคยกล้าตะคอกใส่ตนแบบนี้เลย เรื่องนี้ไม่ชอบมาพากลจริงๆ ตอนต้องหาทางสืบดูหน่อยแล้ว
ตอนนี้ เย่เฉินกับเซียวฉางควนพ่อตาของเขามาถึงรถแล้ว เซียวฉางควนเข้าไปนั่งในรถBMW พาเย่เฉินขับออกไป”
รถเพิ่งจะพ้นประตูบ้าน เซียวฉางควนก็อดไม่ได้ที่จะสอบถาม “เย่เฉิน ปกติเธอมีความคิดดีๆ เยอะแยะ เธอช่วยพ่อคิดหน่อยสิ ต้องทำยังไงถึงจะหย่าขาดกับแม่ยายปากตลาดคนนั้นของเธอได้?”
เย่เฉินเอ่ยตอบ “เมื่อวานคุณแม่ก็พูดแล้วไม่ใช่เหรอครับ? ถ้าจะหย่ากัน ก็ต้องแยกกันอยู่อย่างน้อยสองปี”
___________

ความคิดเห็น
ความคิดเห็นของผู้อ่านเกี่ยวกับนิยาย: ผมได้สืบทอดมรดกร้อยพันล้าน
ไอเซียวฉางควนไม่น่าเกิดมาเป้นผชอ่ะ ขี้ขลาดกว่าผู้หญิงเลยอะ...
เมื่อเย่เฉินอยุ่กะอีหว่านเฮ่อแล้ว พระเอกกุแม่งดูโง่ไปเลย 555...
บางทีก้ขัดใจไอหว่านเฮ่อน่ะ สำหรับเองมันอาจจะสมควร แต่กับคนยุคปัจจุบัน จะให้มาคุกเข่าตรงหน้าทั้ง3คนแล้วยิ่งผู้อาวุโสด้วย ตัวเองทำตัวสูงส่ง แต่กับเย่เฉินไม่ใช่ สมควรมันก้สมควร แต่ไม่นึกถึงใจเย่เฉินที่ลำบากบ้าง มีอายุ300-400ปีแล้วทำตัวสูงส่งว่างั้น...
ไม่เข้าใจเลยว่าทำไมหานเหมยชิงถึงเคยชอบไอขี้โม้อย่างเซียวฉางควน ดูไปดูมา ฉางชวนก้เหมาะกับหม่าหลันดี คู่ชีวิตชัดๆ ตัวเองความสามารถก้ไม่มี เขาดูถูกมึง หรือพูดแขวะก้ไม่แปลกแต่ไอฉางควนก้ยังหน้าด้านโชว์โง่ โชว์ว่าตัวเองมีความสามารถ เหมาะกับอีหม่าหลันล่ะ...
ทำไมตอนซ้ำเยอะ ตอนก้ขาดหาย...
เอาตรงๆผมอ่านมา ก้ไม่ได้สงสารหงเยนน่ะ แต่แค่ใจจริงผมให้เลือกว่าใครจะตาย อยากจะให้อีหม่าหลันตายห่าไปมากกว่าอีก ไม่มีหม่าหลันอยู่แม่จะอ่านสนุกกว่านี้มาก...
เองก้อยากให้หม่าหลันเสียสติไม่ใช่หรอเย่เฉิน ส่วนชูหรันมึงก้เข้าข้างแม่ตีวเองเกิ้น รู้ทั้งรู้นิสัย สันดานแม่เป้นงี้ก้ยังเลือกที่จะเข้าข้าง พระเอกทิ้งเองไปหานานาโกะหรือกู้ชิวอี้จะสมน้ำหน้าให้ ดีเกิน กตัญญูจนโง่...
กูไม่เข้าใจจริง ผู้เขียนมึงหลงรักหม่าหลันขนาดนั้นเลย ทำไมต้องให้อีนี่ มันสมหวังที่จะทำร้ายหงเย่นด้วยว่ะ ทำไมไม่ให้อีหม่าหนักใจจนตาย ทำร้านหงเย้นไม่สำเร็จด้วย คนเขี่ยไร อิจฉาตาร้อนขนาดนี้น เมื่อไหร่แม่งจะตายสักที อีท่าเนี่ย...
พาหลิวหม่านฉงชมมหาลัย ไรมันเกี่ยวไรกับการปรับแต่งแล้วสรรหาเพราะเย่เฉิน เย่เฉินไม่ได้สร้างมหาลัยสะหน่อย หรือเป้นเพราะที่ ที่เย่เฉินเคยมาเรียนหรอ...
สมน้ำหน้าไอฉางควน เหมาะกับหม่าหลันดี ขี้โม้เหมือนกัน ว่าคนที่มีความสามารถว่ากระจอกเหมือนกัน หลงตัวเองเหมือนกัน พูดมาได้ไงมึงกับหานเหมยชิงเป้นคู่ฟ้าประทาน 5555 สมล่ะที่คบกังหม่าหลันได้...